”
ในโรงเตี๊ยมนี้มีชาวยุทธภพนอกรีตมากมาย หลินเสวี่ยหรันกลับขอความช่วยเหลือจากกู้เฉิงเพียงคนเดียว ไม่ใช่เพราะมองออกว่าเขาฝีมือแข็งแกร่ง แต่เพราะที่นี่มีเพียงเขาที่ดูเหมือน ‘คนดี’ พอที่จะยื่นมือเข้าช่วย
อย่างโค่วอันตูคนนั้น อาชีพเป็นโจร หน้าตาก็เหมือนโจร หลินเสวี่ยหรันจะกล้าไปขอความช่วยเหลือได้อย่างไร
กู้เฉิงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นจากอาหาร มองไปที่หลินเสวี่ยหรันแล้วส่ายหน้าเบาๆ “แม่นาง นี่ท่านกำลังบีบคั้นทางศีลธรรมข้าอยู่นะรู้หรือไม่
ในที่นี้มีคนตั้งมากมาย หากท่านขอความช่วยเหลือโดยตรง คนที่มีฝีมือพอจะช่วยท่าน อยากจะช่วยท่าน ย่อมจะยื่นมือเข้าช่วยเอง
แต่ท่านกลับมาขอร้องข้าคนเดียว หากข้าไม่ช่วยท่าน ข้าก็กลายเป็นคนเห็นคนตายไม่ช่วย
หากข้าช่วยท่าน แล้วเกิดข้าฝีมือสู้เขาไม่ได้ ข้าก็ถูกท่านลากลงน้ำไปด้วยมิใช่หรือ
ฉะนั้นแม่นาง คนเราต้องใจกว้างหน่อยสิ”
หลินเสวี่ยหรันทำหน้างุนงง จะช่วยก็ช่วย ไม่ช่วยก็ไม่ช่วย ใครจะคิดว่ากู้เฉิงกลับมาสั่งสอนนางเสียอย่างนั้น
โค่วอันตูที่อยู่ตรงข้ามกลับตบโต๊ะดังปัง แล้วร้องชมเชยเสียงดัง “คำพูดของพี่กู้มีเหตุผล ข้าก็เกลียดคนประเภทนี้ที่สุด
ขอคนอื่นสู้ขอตัวเอง ปล่อยวางเรื่องความเป็นความตาย ชักดาบเข้าสู้ กลัวตายแล้วจะมาท่องยุทธภพทำไม”
ภูตฉงหมิงในตอนนี้กลับหันมองไปทางกู้เฉิงแล้วยิ้มเย็นชา “ไอ้หน้าขาว อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าไปด้วย”
กู้เ