“จากใจกลางดินแดนจงหยวนเข้าสู่แคว้นกว่างหนิง เมืองลี่หยางเป็นเมืองที่ใกล้ที่สุด ด้านนอกล้วนเป็นป่าเขารกร้าง เขาต้องการจะเติมเสบียงอาหาร จะไม่ไปเมืองลี่หยางแล้วจะไปที่ไหน
ในจดหมายฉบับนี้ยังมีภาพวาดของกู้เฉิงอยู่ด้วย ให้พวกเขารู้จักหน้าแล้วค่อยลงมือ”
เฉิงเจี้ยนคนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังคงทำตามที่ต้วนหยวนกงสั่ง
แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าอาจารย์ของเขาเชื่อฟังผู้หญิงคนนั้นจะต้องลงเอยไม่ดีแน่นอน แต่เขารู้จักอาจารย์ของเขาดี เรื่องที่ตัดสินใจแล้ว เขาจะไม่หันหลังกลับ
บนถนนหลวงที่เต็มไปด้วยหญ้ารก กู้เฉิงขี่ม้าเร็วรี่ ฝุ่นตลบ แม้แต่ชุดเกราะนิลสีดำบนตัวเขาก็ถูกเคลือบด้วยชั้นดินสีเหลือง
จากแคว้นตงหลินไปยังเก้าแคว้นภาคใต้ กู้เฉิงเดินทางมาได้เดือนกว่าแล้ว อีกไม่นานก็จะเข้าสู่เขตแดนของแคว้นกว่างหนิงแล้ว และแคว้นกว่างหนิงก็เป็นหนึ่งในเก้าแคว้นภาคใต้ เป็นแคว้นที่ใกล้กับใจกลางดินแดนจงหยวนมากที่สุด
ตลอดทางนี้กู้เฉิงเดินทางโดยไม่หยุดพัก แต่ยิ่งเดินทาง เขาก็ยิ่งรู้สึกทอดถอนใจมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในเมืองหลวงและแคว้นตงหลิน กู้เฉิงไม่เคยรู้สึกเลยว่านี่เป็นยุคแห่งความโกลาหล
แม้จะมีคดีต่างๆเกิดขึ้น แต่ราชสำนัก สำนักผู้ฝึกตน และภูตผีปีศาจกลับบรรลุถึงจุดสมดุลอย่างหนึ่ง จะไม่วุ่นวายจนเกินไป อย่างน้อยชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้
แต่ยิ่งลงใต้ก็ยิ่งรกร้าง จนกระทั่งกู้เฉิงใกล้จะเข้าสู่เข