อภัยตอนนั้นสถานการณ์คับขัน การจะช่วยคนก็ต้องฆ่าคนก่อน ข้าน้อยไม่มีวิธีอื่น”ทันใดนั้นเฉินฉงซานก็ลุกขึ้นยืน ชี้ไปที่กู้เฉิงแล้วฮึ่มเสียงเย็น“เช่นนั้นเจ้าก็เพื่อช่วยคนสามสิบกว่าคน ทำลายคนของสำนักเต๋าเสวียนร้อยกว่าคนรึปัญหานี้เด็กสามขวบก็รู้ว่าจะคำนวณอย่างไรไม่มีวิธีอื่นรึ ข้าว่าก็คือโหดร้ายโดยกำเนิด ไม่เคารพกฎหมายทำตามอำเภอใจ เป็นหนูเน่าตัวหนึ่ง ทำลายหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยางทั้งเมืองของข้า”
กู้เฉิงเงยหน้าขึ้นมองเฉินฉงซานอย่างแรง ไอสังหารในแววตานั้นถึงกับทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปครึ่งก้าว คำพูดที่เหลือก็กลืนกลับลงไปคนอื่นๆ รอบข้างเมื่อเห็นท่าทางของเฉินฉงซานเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก ในดวงตาปรากฏแววเยาะเย้ยพวกเขาก็เคยได้ยินมาว่า ตอนที่สำนักเต๋าเสวียนถูกทำลายเฉินฉงซานก็ได้เผชิญหน้ากับกู้เฉิงแล้ว แต่กลับถูกอีกฝ่ายขู่จนถอยกลับไป ตอนนี้เมื่อเห็นแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เฉินฉงซานคนนี้ยิ่งอยู่นานยิ่งถอยหลัง กลับกลัวรุ่นน้องจนเป็นเช่นนี้เฉินฉงซานในตอนนี้กลับกำลังด่าทออยู่ในใจ กู้เฉิงคนนี้ทำไมยิ่งมายิ่งชั่วร้าย หลังจากฆ่าอวี๋ไป่เชียนแล้ว ไอสังหารและไอสังหารที่อยู่ในดวงตาของเขาก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะตกใจ“ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต ติดหนี้ต้องชดใช้ด้วยเงินเรื่องนี้เป็นสำนักเต๋าเสวียนที่ก่อขึ้นมา พวกเขาไม่เอาชีวิตมาใช้คืน หรือว่าจะต้องให้หน่วยพิทักษ์ราตรีของข้ามาเช็ดก้นให้พวกเขาเฉินฉงซาน