รอยยิ้มสุดท้ายของกู้เฉิงทำให้เฉินฉงซานรู้สึกอึดอัด ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะบิดคอไปมาอวี๋ไป่เชียนขมวดคิ้ว “หน่วยพิทักษ์ราตรีของพวกท่านตอนนี้ช่างไม่เลือกหน้าจริงๆ เด็กเมื่อวานซืนที่ไม่รู้จักที่ต ่าที่สูงแบบนี้ก็เป็นผู้ตรวจการณ์ราตรีได้รึ”เฉินฉงซานเยาะเย้ยเสียงเย็น “เป็นไอ้เมิ่งหานถังนั่นแหละที่ผลักดันขึ้นมา ดูเหมือนจะเป็นคนสนิทของเขา ในเมืองหลวงก็ยังมีเส้นสายอยู่บ้างไอ้เมิ่งหานถังนั่นไปเมืองหลวงแล้วก็ไม่ลืมที่จะผลักดันคนสนิทที่ตัวเองทิ้งไว้ให้ขึ้นมาเป็นผู้ตรวจการณ์ราตรี เขายังจะอ้างว่าตัวเองยุติธรรมอีกรึ ยุติธรรมบ้าบออะไรแต่จะทำอย่างไรได้ ท่านผู้บัญชาการใหญ่ก็ชอบใช้คนแบบนี้พวกเราที่เป็นคนเก่าแก่ของหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยางต่อให้ไม่พอใจ ต่อให้เสียใจ จะทำอะไรได้”ข่าวที่กู้เฉิงได้เป็นผู้ตรวจการณ์ราตรีแพร่ออกไป คนอื่นไม่รู้ แต่เฉินฉงซานกลับรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
อย่างไรเสียคนแก่อย่างเขาที่อยู่ในหน่วยพิทักษ์ราตรีมาครึ่งชีวิตพอถึงวัยกลางคนถึงจะได้เป็นผู้ตรวจการณ์ราตรีผลคือกู้เฉิงที่เป็นคนใหม่ที่เพิ่งจะเข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยางได้ไม่ถึงปีก็สามารถเทียบเท่ากับเขาได้แล้ว นี่มันเพราะอะไรแม้แต่จะพูดถึงกู้เฉิง เฉินฉงซานก็ยังไม่พอใจเมิ่งหานถังอยู่บ้างอย่างไรเสียในแง่ของอายุ เมิ่งหานถังที่เพิ่งจะสามสิบกว่าปีก็ยังเป็นคนหนุ่ม และนิสัยที่เย็นชา ไม่รู้จักปรับตัวของเมิ่งหานถัง การไปมีเรื่อ