ดออก ซู่หนี่ว์ก็พลันหายวับจากที่เดิม
ตำหนักเหยียนโม่ซึ่งถูกนางหลอมขึ้นก็พลอยเคลื่อนตามไป
และบังเอิญว่าเปียวเมี่ยวเซียนจื่อยังคงถูกจองจำอยู่ในตำหนักนั้น
หลบหนีไม่พ้น ถูกลากหายไปพร้อมกันกับซู่หนี่ว์โดยสิ้นเชิง!
“…ไป!”
ลวี่หยางลงมือฉับไว พอเรียกร่างซู่หนี่ว์กลับมาจากระยะไกลเสร็จ
พลันสะบัดแขนใหญ่ ตราประทับผนึกนับสิบ นับร้อย ก็ลอยคลุมตำหนักเหยียนโม่ทันใด
“ไว้ชี …”
เสียงของเปียวเมี่ยวเซียนจื่อเพิ่งหลุดออกมาได้ครึ่งคำ ก็ถูกลวี่หยางบีบขาดกลางสาย ไม่เปิดโอกาสให้นางได้อ้อนวอนแม้แต่น้อย
จากนั้นร่างของลวี่หยางก็พลันหายวับจากโลกผู้ฝึกตน
ใจกลางทะเลคลุ้มคลั่ง
ศูนย์กลางของหนึ่งร้อยแปดเกาะ ภายในวิหารใหญ่ของพันธมิตรเซียน
“จิตสำนึกของเปียวเมี่ยวหายไปแล้วหรือ?”
“คัมภีร์พินิจฟ้าตรวจไม่พบ?”
“เมื่อครู่ยังเห็นอยู่ แต่ตอนนี้กลับหายไป ผู้มาเยือนรายนั้นมีวิชาเร้นกายรวดเร็วยิ่งนัก แค่พริบตาเดียวก็ล่องหนจนไร้ร่องรอย เกรงว่าบัดนี้คงออกจากเขตแดนทะเลคลุ้มคลั่งไปแล้ว”
“นี่มัน…”
ในวิหารใหญ่ มีเงาร่างสิบเอ็ดสายประทับยืนอยู่
แต่ละคนล้วนเก็บงำจิตไว้ลึก พวกเขาหันไปมองหน้ากันและกัน
ในแววตาทุกสายล้วนฉายแววหวาดผวา
“เปียวเมี่ยวถึงอย่างไรก็เป็นผู้ผสานวิถี เคยรับราชโองการแท้จารอักขระทองแห่งวังจักรพรรดิ ตามที่ตำราบันทึกไว้ ต่อให้ไม่ใช่เจินเหรินโดยแท้ ก็ไม่ควรด้อยไปกว่าผู้วางรากฐานทั่วไป เหตุใดจึงถูกอีกฝ่ายจับได้เพียงสบตาครั้ง