ทั้งยังรักษานิกายไว้ มิแน่ว่าภายหลังจะแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันได้ หรือแม้แต่สร้างหนี้บุญคุณระยะยาว
ส่วนผู้ฝึกตนระดับรวมลมปราณที่ตายไปนั้น ในสายตาลวี่หยาง นับว่ายังไม่ใช่ “คน”
แต่ใครจะคาดคิด ชื่อเรียกพลังระดับ “ก่อกำเนิด” ของโลกนี้ ดันทำให้เข้าใจผิดกันใหญ่โต แผนที่วางไว้พลันพังพินาศ กลับกลายเป็น “มารใหญ่” อีกครั้งในพริบตา!
‘หรือจะฆ่าพวกมันให้หมดเลยดี…’
ลวี่หยางกวาดตามองฝูงชนรอบข้าง แล้วพลันสะดุ้งเฮือก เขาเป็นอะไรไป? ความคิดเยี่ยงนี้มันน่ากลัวสิ้นดี! ฆ่าหมดแล้วจะปิดปากได้จริงหรือ? ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด!
‘ต้องเป็นเพราะอยู่ในนิกายศักดิ์สิทธิ์นานเกินไป…ใกล้หมึกแล้วย่อมดำ’
ลวี่หยางไตร่ตรองตนอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะหันไปมองหญิงผู้หนึ่งเบื้องหลัง แม่นางเซียว ผู้สั่นเทิ้มอยู่
“จากวันนี้เป็นต้นไป สำนักเสินเซียวจะอยู่ในความดูแลของข้า”
“เจ้ามีปัญหาใดหรือไม่?”
นางไหนเลยจะกล้าเอ่ยคำคัดค้าน? พลันทรุดกายลงเบื้องหน้าด้วยความเคารพ เรือนร่างอ่อนช้อยสั่นไหวเล็กน้อยจนเกิดระลอกคลื่นอ่อน “สำนักเสินเซียวขอน้อมฟังคำบัญชาของท่านผู้อาวุโส”
ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็เพ่งมองนางลึกเข้าไปถึงข้างใน ดวงตาเขาราวกับเพลิงพิโรธแผดเผา รุกล้ำเข้าสู่เส้นเลือดเส้นลมปราณทั่วร่างนาง ใบหน้าขาวผ่องของเซียวฟู่เหรินจึงแดงระเรื่อขึ้นมาในบัดดล รู้สึกว่าร่างกายตนเองไม่มีสิ่งใดปิดบังจากสายตาลวี่หยางได้เลย
“ท่านผู้อาวุโสทรงเดชานุภาพ!”
ในขณะน