บบนี้มาก่อน รู้สึกสงสัยจึงตามมาด้วยเมื่อก้าวเข้าสู่หอสุขสำราญ เสียงอึกทึกและกลิ่นฉุนก็โอบล้อมทั้งสามคนทันทีเสียงตะโกนด่าทอของนักพนัน เสียงหัวเราะคิกคักของหญิงสาวในหอนางโลม กลิ่นเหงื่อที่เหม็นอับและกลิ่นเครื่องสำอางค์ผสมปนเปกันไป ทำให้กู้เฉิงขมวดคิ้วเสี่ยวอี่มองดูอย่างตื่นตาตื่นใจ กู้เฉิงกลับมีสีหน้าเรียบเฉย
ชาติก่อนดูหนังมาตั้งมากมาย ฉากแบบนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นทันใดนั้นชายสองคนสวมชุดสั้นสีเทาอมเขียวก็เดินเข้ามา “ท่านใต้เท้าทั้งสาม หัวหน้าสมาคมรอพวกท่านอยู่ที่ห้องโถงด้านในแล้ว”เดินตามชายสองคนเข้าไปในห้องโถงด้านใน ในห้องโถงใหญ่นั่งอยู่สามคนที่นั่งบนสุดคือชายวัยกลางคนตาเดียวอายุสี่สิบกว่าปี รูปร่างสูงใหญ่ แผ่กลิ่นอายอำมหิตออกมา เขาคือ ‘เสือดาวตาเดียว’ ตู้ซินอู่ข้างๆ เขายังนั่งอยู่สองคน คนหนึ่งเป็นชายหนุ่มอายุสามสิบกว่าปี หน้าตาหล่อเหลา แต่กลับดูอ่อนแอไปหน่อย สวมชุดคลุมสีเขียวเล็บก็ทาเป็นสีเขียวอีกคนหนึ่งคือชายวัยกลางคนอายุเกือบห้าสิบปี หน้าตาดูซื่อๆไม่เหมือนหัวหน้าสมาคม กลับเหมือนพ่อค้ามากกว่าสองคนนี้คือ ‘ดาบราตรี’ ฮวาชิง และหัวหน้าสมาคมหลัวเฟิงเหลยเผิงตู้ซินอู่ลุกขึ้นยืนเป็นคนแรกแล้วหัวเราะลั่น “ท่านใต้เท้าหวังไม่ได้มานานแล้วนะ วันนี้เรียกพวกเรามา มีเรื่องอะไรหรือ”
หวังฉีกล่าว “วันนี้ข้ามาเพื่อเรื่องบางอย่างของหน่วยพิทักษ์ราตรีท่านผู้นี้คือกู้เฉิง เป็นทหารเกราะนิลของหน่วยพิทั