ึกทึกดังขึ้น เจินเหรินในแดนวางรากฐานเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน เห็นยอดเขาปะสานฟ้าสั่นไหวเล็กน้อย เงารางพราวพลันฉายออกมาทาบหาว
“ถึงกับทำให้เกิดปรากฏการณ์ได้?”
คราวนี้เจินเหรินนิกายศักดิ์สิทธิ์บางตนเริ่มสงสัยจริงจัง “อู๋ซางนี่ไปกลืนอะไรผิดมา? ระดับกลางสู้ระดับต้น ถึงกับปล่อยปรากฏการณ์ได้?”
“พวกจอมพเนจรอ่อนปวกเปียกขนาดนี้เชียว?”
“ก็ไม่ถึงกับขนาดนั้น อู๋ซางนั่นต่อให้เล่ห์กลไม่จัด เจตกรรมยังอ่อน แต่ความเชี่ยวชาญในต่อสู้ก็มีอยู่ อย่างน้อยก็อยู่ระดับกลางพอสมควร”
“แบบนี้หมายความว่าไม่ใช่อู๋ซางอ่อน?”
คำพูดนั้นพอหลุดออกมา เจินเหรินทั้งหลายก็เงียบลงโดยพลัน แววตาแต่ละคนล้วนแปรเปลี่ยน เมื่อมองไปทางยอดเขาปะสานฟ้าอีกครั้ง ในดวงตาล้วนเพิ่มความตื่นตะลึงขึ้นหลายส่วน
ขณะเดียวกัน ภายในยอดเขาปะสานฟ้า
ลวี่หยางถือกระบี่อเวจีกลับด้าน ปล่อยพลังเวทหลั่งไหลไม่หยุด มืออีกข้างผนึกวิชาเทพออก พลางเปล่งเสียงบัญชาจากปาก
“แมลงกลืนปราณ บั่นทำลายจิตทั้งปวง!”
จำแนกถูกผิด!
วาจาบัญชาหนึ่งนี้ตกลง แมลงกลืนปราณล้วนรับแรงเสริม แม้เป็นร่างมนุษย์ปุถุชนก็บังเกิดเค้าเงาของวางรากฐานอยู่เพียงเล็กน้อย อานุภาพจึงเพิ่มพูนขึ้นอย่างฉับพลัน
“ไอ้แมลงสารเลว!”
อู๋ซางเห็นแล้วขมวดคิ้ว เขาไม่กลัวแมลงกลืนปราณเหล่านี้ ต่อให้มีถึงร้อยสี่สิบล้านตัวก็เถอะ ขอเพียงใช้พลังเวทยิ่งใหญ่ผลักดันวิชาเทพประจำตน ก็ยังฆ่ากวาดเกลี้ยงได้
แต่ทว่าเช่นนี้ เขาย่อมสูญเสีย