ตกดึกของคืนเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศภายในเรือนเหมยฮวาอันเงียบสงัดจนน่าใจหาย มีเพียงเสียงลมพัดผ่านแว่วเบา ๆ เป็นระยะและกลิ่นหอมจาง ๆ ของกำยานที่อบอวลอยู่ในอากาศ มีเงาร่างของหลิวอันเซียงนั่งเอนกายอ่านตำราอยู่อย่างสงบนิ่ง
ทันทีที่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เร่งร้อนดังใกล้เข้ามา บานประตูห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับฉู่จิ้งหยวนที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นรอยย่นลึกที่หน้าผาก แววตาของเขาดูว้าวุ่นและร้อนรนอย่างปิดไม่มิด
“อันเซียง! มีเรื่องใหญ่แล้ว”
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้อย่างอ่อนแรง
ขณะเดียวกัน หลิวอันเซียงก็วางตำราในมือลงอย่างใจเย็น พลางปรายตาส่งสัญญาณบอกให้สาวใช้คนอื่น ๆ ถอยออกไปจนเหลือเพียงพวกเขาสองคนในห้องโถง
“ท่านพี่มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงดูร้อนใจถึงเพียงนี้ หรือว่าอาการของหยางเอ๋อร์…”
“ไม่ใช่! อาการของหยางเอ๋อร์ดีขึ้นมาก!” ฉู่จิ้งหยวนรีบขัดขึ้นด้วยความตื่นเต้นที่ปนเปไปกับความกังวล
“ท่านหมอเทวดาโม่ฉางผู้นี้เก่งกาจสมคำร่ำลือจริง ๆ เพียงแค่แช่สมุนไพรไม่กี่ครั้ง หยางเอ๋อร์ก็เริ่มรู้สึกถึงปลายนิ้วและขยับมันได้แล้ว! นี่คือปาฏิหาริย์โดยแท้!”
เขาลุกขึ้นเดินพล่านไปมาในห้องโถง ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าภรรยาและลดเสียงลงต่ำ
“แต่