องเข้าไปในดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความแค้นของบุตรสาว
“แต่อย่างไรเสีย…แม่ก็ไม่คิดเลยว่าหยางเอ๋อร์จะมองเจ้าเป็นที่ระบายอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่เจ้าเป็นน้องสาวคนเดียวที่เขารักที่สุด หรืออาจเป็นเพราะยามนี้เขารู้สึกว่าตนเองไร้ค่า จึงอดไม่ได้ที่จะอิจฉาเจ้าที่ยังคงสมบูรณ์พร้อมและมีอนาคตที่สดใสกว่า คนเรายามตกต่ำ มักจะทนเห็นคนที่ตนรักมีความสุขมากกว่าไม่ได้หรอกลูกรัก”
“อิจฉาข้าหรือเจ้าคะ?”
ฉู่ซือเยว่ชะงักไป ความคิดเริ่มถูกชักจูงไปในทางที่หลิวอันเซียงวางหลุมพรางไว้ไม่มีผิด
“แม่ก็เพียงแค่คาดเดา…” หลิวอันเซียงลูบผมบุตรสาวอย่างอ่อนโยน ทว่าน้ำเสียงกลับเย็นเยียบขึ้น
“เจ้าดูสายตาที่เขาใช้มองเจ้าเมื่อครู่สิ มันเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างที่แม่เองก็ยังตกใจ ต่อไปนี้หากเจ้าจะเข้าใกล้เขา ก็จงระวังตัวให้ดีเถิดเยว่เอ๋อร์ พี่ชายของเจ้าในยามนี้ ไม่ใช่พี่ชายที่แสนดีคนเดิมที่เคยตามใจเจ้าทุกอย่างอีกต่อไปแล้ว ยิ่งเจ้าวุ่นวายกับเขามากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งมองว่าเจ้ามาเพื่อตอกย้ำความพิการของเขามากเท่านั้น”
คำพูดเสี้ยมยุยงนั้นค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปในใจของฉู่ซือเยว่อย่างช้า ๆ ความรักความผูกพันที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความหวาดระแวงและความโกรธแค้นที่ถูกพี่ชายตบหน้าในที่สุด
เมื่อหลิวอันเซียงเห็น