งื่อ พร้อมกับที่หมอหลวงซึ่งได้รับเทียบเชิญที่เดินทางมาถึงพอดี หลิวอันเซียงจึงลุกขึ้นต้อนรับด้วยกิริยาอ่อนน้อมแต่พอดี แล้วเชิญให้เขาเข้าไปในห้องเพื่อตรวจดูอาการของฉู่หยางอย่างละเอียด
เวลาผ่านไปชั่วครึ่งก้านธูป หมอหลวงก็เดินกลับออกมาด้วยสีหน้าหนักใจและส่ายหน้าช้า ๆ
“เรียนฮูหยิน คุณชายใหญ่บาดเจ็บสาหัสยิ่งนัก โดยเฉพาะแขนขวาที่ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนกระดูกแตกหักออกจากกัน ต่อให้ข้าจะใช้โอสถวิเศษเพียงใด ก็เกรงว่าแขนข้างนี้จะไม่สามารถกลับมาจับพู่กันหรือใช้การได้ดังเดิมอีกต่อไปแล้วขอรับ”
คำวินิจฉัยนั้นไม่ต่างจากข่าวร้ายของสกุลฉู่เลยสักนิด ทางด้านหลิวอันเซียงที่รอคอยคำนี้อยู่แล้วพลันเปลี่ยนสีหน้าในทันที นางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มือที่ถือผ้าเช็ดหน้าเริ่มสั่นเทาอย่างแนบเนียน
“ท่านหมอหลวง…ท่านพูดจริงหรือเจ้าคะ? ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริง ๆ หรือ? หยางเอ๋อร์ของข้าเขามีอนาคตไกลนัก อีกทั้งการสอบจอหงวนก็อยู่เพียงเอื้อมมือ ท่านหมอโปรดช่วยเขาด้วยเถิดเจ้าค่ะ!” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ท่าทีดูใจสลายไม่น้อยจนคนมองถึงกับปวดใจ
หมอหลวงทอดถอนใจพลางเอ่ยตอบอย่างจนปัญญา “หากเป็นเพียงกระดูกร้าวหรือแผลภายนอก ข้าย่อมพอยื้อยุดฉุดกระชากกลับมาได้ ทว่านี่กระดูกหักจนผิดรูปเช่นนี้ คงยากจะทำให้เชื่อมต่อกันได้เหมือน