นางก็ทำให้เขาพลันฉุกคิดได้ว่าตนเผลอพูดไม่เข้าหูนางเข้าให้เสียแล้ว เขาจึงรีบแก้ต่างอย่างรวดเร็ว
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…”
“หากข้าจำไม่ผิด เดิมทีคลังสกุลฉู่นั้นว่างเปล่ามาแต่แรก แต่เป็นข้าเองที่นำเอาสินเดิมตนเข้าเก็บรวมไว้ที่คลังชั่วคราว ตลอดหลายสิบปีมานี้ กำไรการค้าที่ข้าได้มาจากกิจการในมือก็ล้วนแต่ส่งเข้าเก็บในคลังสกุลฉู่ทั้งสิ้น ลำพังแค่เบี้ยหวัดขุนนางที่ท่านได้รับคงยังไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูคนทั้งจวนเลยกระมัง แล้วเหตุใดการที่ข้านำเงินของข้าออกมาใช้จึงกลายเป็นเรื่องส่วนตัวไปได้กัน”
ประโยคยาวเหยียดของหลิวอันเซียงราวกับน้ำเย็นจัดที่ราดรดลงบนศีรษะของฉู่จิ้งหยวนก็ไม่ปาน ทำเอาเขาหน้าชาไปหลายส่วน เพราะคำพูดของนางล้วนแต่ถูกต้องทุกประการ เขาทำได้เพียงแค่อ้าปากค้างทว่ากลับไร้ซึ่งคำโต้แย้ง เพราะความจริงที่นางเอ่ยออกมานั้นถูกต้องแทงใจดำทุกประการ
หลิวอันเซียงลอบสังเกตสีหน้าที่ซีดสลับแดงของสามีพลางแค่นยิ้มหยันในใจ นัยน์ตาหงส์พลันปรากฏประกายดูแคลนวาบผ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ยามนี้การค้ามีปัญหาใหญ่ ร้านค้าหลายสิบแห่งขาดทุนย่อยยับมาหลายเดือน หากไม่รีบขายออกเพื่อใช้หนี้ที่ค้างไว้ พวกเราทั้งสกุลฉู่อาจจะต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเข้าจริง ๆ ถึงตอนนั้นท่านย