เช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในห้องโถงรับรองเรือนเหมยฮวาดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารนานาชนิดลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ บนโต๊ะไม้ตัวกลมบัดนี้เต็มไปด้วยจานอาหารรสเลิศที่เน้นเนื้อสัตว์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงจนเปื่อย ไก่แช่เหล้าเนื้อนุ่ม หรือปลาเก๋านึ่งซีอิ๊วที่ส่งควันกรุ่น ชวนให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกเจริญอาหารยิ่งนัก
หลิวอันเซียงที่ใบหน้าเคยเรียบเฉยเย็นชาเมื่อค่ำคืนก่อน บัดนี้กลับประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะทอดสายตามองบุตรสาวในนามที่บัดนี้ดูสดใสขึ้นในอาภรณ์ชุดใหม่
“หลันเอ๋อร์ กินนี่สิ แม่กำชับให้ห้องเครื่องทำของบำรุงเจ้าทั้งนั้น” หลิวอันเซียงเอ่ยพลางใช้ตะเกียบคีบเนื้อน่องไก่ชิ้นโตวางลงบนชามข้าวของเด็กสาวอย่างเอาใจ
ขณะที่ฉู่หลันเองก็มองดูอาหารละลานตาตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง นัยน์ตากลมโตเป็นประกายไหววูบ
“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ แต่ละอย่างล้วนเป็นของดีทั้งนั้น หลันเอ๋อร์จะทานให้หมดเลยเจ้าค่ะ”
“ดีมาก กินให้มาก ๆ เข้าไว้ ร่างกายเจ้าซูบผอมมานาน ต้องเร่งบำรุงให้กลับมามีน้ำมีนวล”
หลิวอันเซียงคีบเนื้อปลาเพิ่มให้บุตรสาวอีกชิ้นด้วยความเอ็นดูที่ฉายชัดออกมาจากสายตา นางอยากจะชดเชยเวลาหลายสิบปีที่ละเลยเด็กคนนี้ไปให้ได้มากที่สุด
หลังจากมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นสิ้นสุด