ี่ดูราวกับเฝ้ารอคอยการกลับมาของนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ก็เพียงพอที่จะทำให้กำแพงในใจของหลิวอันเซียงพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า นางเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ขอบตาหงส์ร้อนผ่าวขึ้นมาในฉับพลัน ความเข้มแข็งและเกราะกำบังที่นางเพียรสร้างขึ้นยามต้องเผชิญหน้ากับคนสกุลฉู่ กลับมลายหายไปสิ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าชายผู้นี้
หญิงสาวพยายามข่มกั้นหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันและสำนึกผิดไม่ให้ร่วงหล่น ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปหาบุรุษผู้เป็นเสาหลักที่แท้จริงในชีวิตอย่างเชื่องช้า โดยที่สายตายังคงจับจ้องใบหน้าที่เปื้อนยิ้มนั้นไม่วางตา ด้วยเกรงว่าหากกะพริบตาเพียงคราเดียว ภาพตรงหน้าจะมลายหายไปราวกับฝันตื่นหนึ่ง
เมื่อก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าอีกฝ่าย หลิวอันเซียงหาได้ทรุดกายลงบนเก้าอี้เพื่อเริ่มเดินหมากตามคำเชิญชวนไม่ แต่นางกลับคุกเข่าลงกับพื้นเบื้องหน้าบิดาอย่างไม่ลังเล ก่อนจะเปล่งเสียงที่สั่นพร่าจนแทบขาดห้วงออกมา
“ท่านพ่อ…ลูกอกตัญญูนัก ขอท่านพ่อโปรดอภัยให้ลูกที่ดื้อรั้นคนนี้ด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”
หลิวม่อหรันทอดมองภาพบุตรสาวเพียงคนเดียวที่กำลังสะอื้นไห้จนตัวโยนอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกใจหาย เขาไม่รอช้า รีบก้าวเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของแก้วตาดวงใจขึ้นมาอย่างทะนุถนอม
“อันเซียง ลุกขึ้นเถิดลูกรัก พ่อไม่เคยโกรธเคืองเจ้