าเลยสักนิด ไม่พบกันเนิ่นนานถึงเพียงนี้ มานั่งลงคุยกับพ่อให้ดี ๆ เถิดนะ”
ถ้อยคำอ่อนโยนที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเมตตาเช่นเคยในอดีต ยิ่งตอกย้ำความเจ็บช้ำในใจของหลิวอันเซียงให้เพิ่มพูนมากกว่าเดิม หยาดน้ำตาพลันรื้นขึ้นมาอีกระลอกใหญ่
ทั้งที่ในอดีตชาตินางเคยดื้อรั้นจนน่าตาย เมินเฉยต่อคำเตือนสติด้วยความหวังดีของเขา ซ้ำร้ายยังเป็นฝ่ายเอ่ยปากตัดขาดสายสัมพันธ์ฉันท์พ่อลูกอย่างเลือดเย็น เพื่อหนีตามบุรุษมักมากและไร้ค่าผู้นั้นไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง
ทว่าบิดาตรงหน้ากลับไม่ได้เอ่ยปากตำหนิแม้เพียงครึ่งคำ ไม่แม้แต่จะขุดคุ้ยเอาความผิดพลาดอันโง่เขลาในหนหลังมาถือสาหาความ หรือแสดงท่าทีปั้นปึ่งใส่นางเลยแม้แต่น้อย
ซึ่งการกระทำที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเมตตานี้เอง กลับยิ่งทำให้นางรู้สึกละอายใจจนแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบสายตาอันอบอุ่นคู่นั้น
ขณะเดียวกัน ทางด้านหลิวม่อหรันที่อาบน้ำร้อนมาก่อน เขาย่อมอ่านความนึกคิดของบุตรสาวได้ทะลุปรุโปร่ง จึงถอนหายใจออกมาแผ่วเบาด้วยความสงสาร ก่อนจะเอ่ยปลอบนางอีกคราด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“เจ้าอย่าได้เก็บเอาเรื่องที่ผ่านไปแล้วมาบั่นทอนใจตนเองเลยอันเซียง เรื่องในอดีตก็ปล่อยให้มันไหลผ่านไปกับกาลเวลาเถิด สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพ่อคือปัจจุบันที่เจ้ากลับมาหา และ