อนาคตที่เราจะก้าวเดินไปต่างหาก”
เพียงชั่วพริบตา หลิวอันเซียงราวกลับกลายเป็นเพียงเด็กน้อยในวันวานผู้แสนเปราะบาง นางมักจะงอแงให้บิดาต้องคอยตามปลอบประโลมไม่ผิดเพี้ยนจากภาพจำเมื่อสิบปีก่อน
นางพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟังพลางใช้ปลายนิ้วซับน้ำตาที่นองหน้าอย่างแผ่วเบา พยายามสูดลมหายใจเข้าปอด เพื่อข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้กลับมาสงบนิ่งดังเดิม ก่อนจะยอมนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตามคำชวนของบิดา
หลิวม่อหรันบรรจงรินชาหอมกรุ่นที่ยังคงกรุ่นไอความร้อนส่งให้นางอย่างใส่ใจ สายตาที่เขาใช้จ้องมองใบหน้าแดงก่ำของบุตรสาวเต็มไปด้วยความอ่อนใจระคนเอ็นดูจับใจ
แม้กาลเวลาจะหมุนเปลี่ยนไปเนิ่นนานเพียงใด และแม้ว่านางจะเติบใหญ่จนกลายเป็นมารดาของคนอื่นแล้วก็ตาม ทว่าในสายตาของคนเป็นพ่อ หลิวอันเซียงก็ยังคงเป็นเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ คนเดิมที่เขาอยากจะกางปีกปกป้องไว้ในอ้อมอกชั่วนิรันดร์
“ชาถ้วยนี้ พ่อสั่งคนให้เตรียมไว้รอเจ้ามาตลอดหลายปี ในที่สุดวันนี้ก็ได้ส่งถึงมือเจ้าเสียที”
หลิวม่อหรันเอ่ยพลางยิ้มละไม รอยยิ้มนั้นคือแสงสว่างที่เยียวยาแผลเป็นในใจของหลิวอันเซียงให้เริ่มตกสะเก็ดและจางหายไปในที่สุด
หลังจากที่หลิวอันเซียงสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว นางจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับบิดาอีกครั้ง แววตาที่เคยสั่นไหวรื้นน้ำตาบัดนี้กลับแทนท