ารย์มาสอนศาสตร์ทั้งสี่แขนง ให้หลันเอ๋อร์ทีเจ้าค่ะ คือ…ข้าไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย”
คำขอที่คาดไม่ถึงนั้นทำให้หลิวอันเซียงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง นางมองเห็นนิ้วมือน้อย ๆ ของเด็กสาวที่บิดไปมาด้วยความกังวลอย่างชัดเจน ทางด้านฉู่หลันจึงรีบเอ่ยต่อราวกับกลัวว่าโอกาสนี้จะหลุดลอยไป
“เรื่องนี้หลันเอ๋อร์ครุ่นคิดมาทั้งคืนแล้วเจ้าค่ะ ในเมื่อท่านแม่เมตตารับข้าเป็นบุตรีภรรยาเอก หากวันข้างหน้าข้าต้องออกไปพบปะผู้คนแล้วไร้ซึ่งความรู้ติดตัว คนภายนอกย่อมต้องดูถูกท่านแม่ได้ว่าสั่งสอนบุตรสาวไม่ดี”
“ลำพังเพียงตัวข้าถูกดูถูกย่อมไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แต่ข้าไม่อาจทนเห็นท่านแม่ต้องมาพลอยอับอาย เพราะความโง่เขลาของข้าได้จริง ๆ”
เมื่อได้ฟังเหตุผลอันแสนกตัญญูของเด็กสาว หัวใจของหลิวอันเซียงก็พลันกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดอันหนักอึ้งแล่นปราดเข้ามาเกาะกุมใจทันที
นี่นางลืมเรื่องสำคัญเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน…
ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา เพราะอคติที่นางมีต่ออนุหยางผู้เป็นมารดาแท้ ๆ ของฉู่หลัน นางจึงละเลยและเมินเฉยต่อการเติบโตของเด็กคนนี้อย่างสิ้นเชิง ยิ่งเรื่องการเชิญอาจารย์ชื่อดังมาอบรมสั่งสอนความรู้เฉกเช่นที่ฉู่ซือเยว่ได้รับประเคนมาตลอดนั้น นางไม่เคยแม้แต่จะให้ความสนใจเสียด้วยซ้ำ
“หลันเอ๋อร์…”
หลิวอันเซียงเอ่ย