ุนทุกวันเลย!”
หมิงจูขมวดคิ้ว แล้วถามย้ำ “ถ้าออกจากที่นี่เมื่อไหร่งั้นเหรอ?”
เธอมาจากยุคหลัง จึงรู้ว่านโยบายจะมีการเปลี่ยนแปลง และในอนาคตเธอจะต้องออกจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่ยากจนแห่งนี้ในที่สุด
แต่…ทำไมคำพูดของเฉียวปินถึงฟังดูเหมือนกับว่าเขารู้ล่วงหน้าแล้วล่ะ?
เจียงตั่วเหลือบมองเขม็งที่เฉียวปินด้วยสายตาตำหนิ เฉียวปินที่รู้ตัวว่าพลั้งปากพูดออกไป จึงรีบเปลี่ยนคำพูด “คือผมหมายถึง…ในเมื่อหมิงต้าโหย่วจ้องเล่นงานพี่อยู่ ต่อไปพี่ก็คงทำงานไม่สะดวก ไปทำงานที่ร้านอาหารของรัฐในเมืองน่าจะดีกว่า”
หมิงจูแสร้งทำเป็นไม่เห็นความเลิ่กลั่กของเฉียวปิน เธอยิ้มบางๆ “งานที่นั่นไม่ใช่ใครก็ไปทำได้สักหน่อย อีกอย่างนิสัยอย่างฉันคงทำงานบริการคนแบบนั้นไม่ได้หรอก ทำไมต้องไปจากที่นี่? อยู่ที่นี่ดูแลป้า ดูแลผู้กองเจียงของฉัน อยากกินอะไรก็ทำ ไม่ดีกว่าเหรอ?”
“ใช่ครับ ใช่ครับ!” เฉียวปินไม่กล้าพูดเรื่องอะไรต่ออีก เขาลุกขึ้นพรวดพราด “ป้าครับ หัวหน้า พี่สะใภ้ ผมอิ่มแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะ พวกคุณก็รีบพักผ่อนนะครับ”
หลังจากเฉียวปินไปแล้ว หมิงชุนนีกินข้าวเสร็จก็ไปเด็ดใบหม่อน จูจูเลี้ยงหนอนไหมไว้เยอะมาก เธอจึงอยากจะดูแลให้จูจูเป็นอย่างดี
หมิงจูนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มองเจียงตั่วที่ยังกินอาหารอยู่แล้วก็ยิ้มแย้ม
เจียงตั