่วหันมาเหลือบมองเธอ “เป็นอะไรไป?”
“เปล่าค่ะ แค่คืนนี้กินหนำใจมากเลย มีความสุขน่ะ ฉันว่าชีวิตคนเรามันต้องมีเนื้อบ้างถึงจะอยู่ได้ ก่อนหน้านี้กินแต่ธัญพืชหยาบๆ กับผักจืดๆ ฉันเกือบจะกลายเป็นกระต่ายอยู่แล้วค่ะ”
เธอพูดจบก็ยกมือขึ้นมาประคองใบหน้า กะพริบตาให้เจียงตั่ว “ดูสิ เหมือนไหมคะ?”
มุมปากของเจียงตั่วหยักโค้งขึ้นมาเล็กน้อย “ไม่เห็นเหมือน”
หมิงจูพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “นั่นสิคะ กระต่ายที่ไหนจะสวยเหมือนฉัน ขอเป็นสุนัขจิ้งจอกดีกว่าค่ะ เป็นสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยที่คอยสะกดใจผู้กองเจียง”
ครั้งนี้เจียงตั่วไม่ปฏิเสธ เขาฟังหมิงจูพูดจ้ออยู่คนเดียวเงียบๆ แต่ในใจกลับกำลังคิดว่าเธอไม่เหมือนกระต่ายและไม่เหมือนสุนัขจิ้งจอกเลย แต่เหมือนแมวมากกว่า
เมื่อคนแปลกหน้ายื่นมือเข้าหา เธอจะตอบโต้ แต่ต่อหน้าเขา เธอกลับเรียบร้อย แล้วบางครั้งก็ซุกซน จนเขาห้ามใจอยากจะลูบไล้เธอไม่ได้…
เมื่อรู้ตัวว่ากำลังคิดนอกเรื่องอีกแล้ว เจียงตั่วก็รีบดึงสติกลับมา รอให้หมิงจูพูดจบ เขาลุกไปล้างจานที่ลานบ้าน หมิงจูก็นั่งอยู่ข้างแปลงผักเป็นเพื่อนเขา
ทันใดนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู แล้วใครบางคนก็ถามเสียงเบาว่า “หมิงจูอยู่บ้านไหม?”
ฟ้ายังไม่มืดสนิท หมิงจูลุกขึ้น เธออาศัยแสงสลัวเพื่อเพ่งม