าจจะซุกซนไปบ้างเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา แต่เธอก็เป็นคนที่มีความคิดรอบคอบอย่างยิ่ง
“พรุ่งนี้เช้าฉันจะเข้าเมือง แล้วไปคุยกับหลิวเฉิงไฉให้แล้วกัน”
หมิงจูพยักหน้า แล้วถามขึ้นมาลอยๆ ว่า “คุณกับเฉียวปินผลัดกันเข้าเมือง มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”
เจียงตั่วขมวดคิ้ว มีเรื่องบางอย่างที่เขาไม่อาจให้เธอรู้ได้ จึงหลีกเลี่ยงสายตาของเธอ ง้างขวานสับไม้ต่อ “มีเรื่องทางบ้านบางอย่างที่ต้องจัดการ”
หมิงจูเป็นคนฉลาด เมื่อเจียงตั่วไม่ได้บอกตามตรง นั่นก็หมายความว่าเขามีเหตุผลของตัวเอง เธอจึงไม่ซักไซ้ขอคำตอบ
เธอยิ้มกว้าง ถามว่า “ถ้างั้น ตอนคุณจะกลับมา ช่วยซื้อถั่วเหลืองให้ฉันสักร้อยชั่งได้ไหมคะ?”
“ได้เลย”
หมิงจูล้วงเงินจากกระเป๋าเสื้อส่งให้เขา เจียงตั่วไม่รับ “ไม่ต้องหรอก ฉันมีเงินอยู่”
หมิงจูเดินเข้าไปยัดเงินใส่กระเป๋าเสื้อของเขา แล้วตบเบาๆ “ปกติฉันใช้เงินของคุณอย่างสบายใจ เพราะคุณเป็นสามีของฉัน แต่การซื้อถั่วเหลืองเป็นเงินทุนในการทำเต้าหู้ค่ะ ไม่ควรนำมาปนกับค่าใช้จ่ายปกติของเรา คุณเก็บไว้นะคะ ฉันจะเข้าไปทำอาหารแล้ว”
เธอยัดเงินเสร็จ ก็วิ่งปร๋อเข้าลานบ้านแล้วตรงไปที่ครัว
คิดว่าเจียงตั่วคงรับฟังคำพูดของเธอ แต่แล้ววันรุ่งขึ้นหลังจากเจียงตั่วออกไป หมิงจูก็เห็นเงินที่เธอยัดให้เขาเมื่อวาน วาง