นชาออกไป แล้วแค่นเสียงสั่งว่า “เข้ามากินข้าว!”
เฉียวปินถึงได้เดินตามเข้าประตูไปแบบหงอยๆ
เขามาหลายครั้งแล้ว จากที่เมื่อก่อนกินเยอะแล้วอาย ตอนนี้กล้าพูดว่ายังไม่พอกิน “พี่สะใภ้ครับ ผมอยากได้ขนมปังแป้งข้าวโพดเพิ่มอีกชิ้น”
และเขาก็รู้สึกได้จริงๆ ว่าหลังจากสนิทกันแล้ว เขาพบว่าหมิงจูเป็นคนเข้าถึงง่ายมาก!
หลังจากกินข้าวเสร็จ หมิงชุนนีก็อาสาไปล้างจาน หมิงจูไม่ได้ห้ามอะไร แต่กลับชวนเฉียวปินขึ้นเขาอย่างกระตือรือร้น ก่อนออกไปก็ไม่ลืมหันกลับไปมองเจียงตั่ว แล้วถามขึ้นมาลอยๆ ว่า “เจียงตั่ว คุณจะไปด้วยไหมคะ?”
เจียงตั่วหน้าถมึงทึง ไม่ตอบอะไร
เฉียวปินเห็นดังนั้นก็รู้สึกตัวทันทีว่าตนเผลอทำเรื่องผิดพลาดร้ายแรง จึงรีบพูดตัดหน้าว่า “หัวหน้าไปแน่นอนครับ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เลยนะครับ!”
หมิงจูได้ยินดังนั้นก็หัวเราะคิกคัก “งั้นหัวหน้าคะ พวกเราไปกันเถอะ!”
เจียงตั่วขมวดคิ้วทันที “เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?”
เธอถึงกับเรียกเขาตามเฉียวปินงั้นหรือ?
หมิงจูไม่รู้ความคิดของเจียงตั่วเลย เธอหัวเราะคิกคัก คิดว่าเขาไม่ชอบคำเรียกนี้ แล้วเธอก็เปลี่ยนมาเรียกอย่างอ่อนหวานว่า “พี่ขา ไปกันเถอะค่ะ”
เฉียวปินขนลุกซู่ทันที!
เมื่อกี้เขาได้ยินอะไร?
เขาคงเป็นคนที่มีหูเป็นส่วนเกิน ถ้าเป็นคนหูหนวกไปเลยก็คงจะดีกว