่านี้ เวรกรรมจริงๆ เลย!
ทางเจียงตั่วก็ไม่สามารถทำอะไรกับหมิงจูที่ ‘คิดไวทำไว’ เช่นนี้ได้เลย และถูกเธอควบคุมได้อย่างง่ายดาย
สุดท้ายเจียงตั่วกับเฉียวปินก็หยิบเครื่องมือออกไป โดยมีหมิงจูเดินยิ้มตามไป
เธอถือไฟฉายโบราณ และเพื่อเป็นการประหยัดไฟ หลังจากเข้าป่าไปจนมองไม่เห็นแสงจันทร์ เธอถึงได้เปิดไฟฉาย
ปีนป่ายอยู่นาน ในที่สุดก็มาถึงบริเวณที่เธอเคยเจอไท่สุ้ย เธอหันไปมองเจียงตั่วที่อยู่ใกล้ๆ แล้วกระซิบข้างหูเขาเบาๆ ว่า “ฉันเจอไท่สุ้ยตรงนี้แหละ…”
หมิงจูยืนอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างสูง ตอนนี้เธออยู่ระดับเดียวกับไหล่เจียงตั่ว คำพูดแผ่วเบานี้ราวกับลมหายใจที่เป่าผ่านหูเขา ทำให้เขารู้สึกชาไปทั้งตัว เขาส่งเสียง ‘อืม’ ตอบกลับอย่างเคอะเขิน
เฉียวปินที่เดินอยู่ข้างหน้าเห็นว่าทั้งสองคนยังไม่ตามมา จึงหันกลับมาถามว่า “พี่สะใภ้ ที่นี่คือ…ตรงนั้นที่ว่าเหรอครับ?”
โอ้ สวรรค์ นี่เขาเพิ่งเห็นอะไร จูบ… จูบกันหรือ!
ใช่แล้ว จากมุมมองของเฉียวปิน หมิงจูที่ยืนอยู่ในความมืดกำลังจูบแก้มของเจียงตั่ว!
ใบหน้าแก่ๆ ของเฉียวปินแดงก่ำในทันที ทำไมถึงได้จูบกันล่ะ?
เขาเป็นคนหูหนวกยังไม่พอ ตอนนี้ตาบอดไปเลยดีกว่า!