อกรกับเจินเหรินสองผู้นี้ แม้พอจะเอาชนะได้ แม้พอจะสังหารได้ แต่หากคิดจะจับเป็นเช่นนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย
แต่กระนั้น อินซานเจินเหรินกลับทำสำเร็จ
ระดับวางรากฐานขั้นกลางเฉกเช่นเดียวกัน หากอินซานทำได้ แล้วอรหันต์ฝูหลงเล่า? หากเขาก็ทำได้ เช่นนั้นตนย่อมมิใช่คู่มือของเขาอย่างแน่นอน
เมื่อดำริได้เช่นนี้ ลวี่หยางก็ตัดสินใจในทันที
“รออีกหน่อยเถอะ”
อย่างไรเสียตนก็เพิ่งได้ดวงวิญญาณของเจินเหรินสองคนมาหมาดๆ กำลังจะนำไปบูชาดาบอเวจีก่อนจะเสร็จสิ้นพิธี ก็ใช้เทพพิทักษ์ซูหนี่ว์ล่อลวงอรหันต์ฝูหลงต่อไปก่อน
อรหันต์ฝูหลงจ้องมองซู่หนี่ว์ที่เหาะผ่านกลางเวหา ดวงตาแดงฉานดุจโลหิต ข้างกายเขา จ้าวยอดเขาปะสานฟ้ากลับมีสีหน้าเจื่อนจาง เอ่ยอธิบายเสียงต่ำด้วยความจนใจ
“อินซานส่งเจ้าสวะสองตัวจากนิกายเสินอู่มาให้เขาแล้ว”
“เขากำลังบูชาดาบอเวจีอยู่ จึงยังไม่ยอมออกมา”
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน อรหันต์ฝูหลงจึงฝืนยิ้มออกมาได้เล็กน้อย “ไม่เป็นไร โอสถต้านพายุเม็ดที่สองแม้ฤทธิ์จะลดทอนไปราวหนึ่งในสาม แต่ก็ยังใช้การได้”
“ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม ข้าจะอดทนให้ถึงที่สุด”
บนยอดเขาหลัวเฟิง พลันมีแสงสีเลือดสายหนึ่งพุ่งทะลุฟ้าเชื่อมดิน แดงฉานครอบคลุมค่อนผืนนภา เนิ่นนานนักจึงค่อยๆ สงบลง กลับกลายเป็นร่างของเด็กหญิงผู้หนึ่งตกลงมาจากกลางเวหา
“ท่านพี่ ข้ากินอิ่มแล้ว!”
เด็กหญิงที่เป็นร่างวิญญาณแห่งดาบอเวจีเอามือลูบพุงกลมป่อง ใบหน้าแดงระเรื่อเปี่ยมสุข “ไม