้องเตือนอย่างอ่อนแรง
เนื่องจากบาดเจ็บสาหัส เสียงของพวกเขาแหบแห้ง ฟังดูน่าสงสารอย่างยิ่ง
“ตะโกนอะไร พวกเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ”
เว่ยเจิ้นคำราม พร้อมเตะทั้งสองคนอย่างแรง ทั้งสองร้องครางด้วยความเจ็บปวด สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน ขณะที่เว่ยเจิ้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ชายหนุ่มชุดดำเหลือบมองเว่ยเจิ้นอย่างไม่พอใจ แสดงความดูถูกต่อการกระทำของเขา
สายตาของฉินเฉินแข็งกร้าวทันที ความเย็นยะเยือกพุ่งออกมาจากตัวเขา อุณหภูมิภายในห้องดูเหมือนจะลดลงอย่างรวดเร็ว
แต่ชายหนุ่มชุดดำกลับไม่สะทกสะท้าน เขาพูดอย่างเย็นชา
“เจ้ารู้ตัวตนของข้าแล้ว แม้เว่ยเจิ้นจะเป็นคนไร้ค่า แต่ก็ยังเป็นน้องชายของข้าอยู่ดี ข้าเองก็ไม่อยากถูกกล่าวหาว่ารังแกผู้อ่อนแอ ดังนั้น หากตอนนี้เจ้าคุกเข่าลง ก้มศีรษะยอมรับผิด แล้วให้เว่ยเจิ้นซ้อมเจ้าสักหน่อย เรื่องนี้ก็จะจบลง ข้าจะถือว่าเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็แล้วกัน และปล่อยให้พวกเจ้าทั้งสามจากไป”
เว่ยเจิ้นยืนอย่างสูงส่ง สีหน้าเฉยเมย ราวกับการพูดเช่นนี้ยังเป็นการให้หน้าแก่ฉินเฉินเสียด้วยซ้ำ
ฉินเฉินโกรธจนหัวเราะออกมา ไอ้คนโง่นี่คิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหน
“ไสหัวออกไปจากสายตาข้า!”
เสียงคำรามด้วยความโกรธระเบิดออ