ข้ามีคนที่มีฝีมือดีมากคนหนึ่ง ชื่อว่าจ้าวซวีเหอ เหมือนข้า เขาก็ฝึกคัมภีร์เก้าแปรมังกรเช่นกัน ระดับก็ถึงขีดสุดของการรวมลมปราณแล้ว เวลานี้กำลังเตรียมจะฝ่าด่านวางรากฐานอยู่”
“ตอนนั้น ข้าจะลงมือปิดบังฟ้าด้วยตนเอง”
แม้ลวี่หยางกล่าวเหมือนเรื่องธรรมดา แต่กว่างหมิงกลับขวัญหนีดีฝ่อ รีบตบอกเอ่ยเสียงหนักแน่น “โปรดวางใจเถิด เจินเหริน เรื่องนี้ข้าน้อยจะเก็บเป็นความลับแน่นอน!”
“เก็บเป็นความลับ?”
ลวี่หยางส่ายหน้าพลางยิ้ม “ข้าจำเป็นต้องให้เจ้าปิดปากหรือ? ฆ่าเจ้าทิ้งไม่ง่ายกว่าหรือ ข้าต้องการให้เจ้าบอกเรื่องนี้แก่ฝูหลง!”
“หา?”
กว่างหมิงอ้าปากค้าง งุนงงยิ่งนัก
แต่ลวี่หยางไม่ใส่ใจ กล่าวต่อ “นี่ไม่นับเป็นการทรยศหรอกนะ กลับจะนับได้ว่าเจ้าทำคุณความดีให้เสียอีก ดังนั้นไม่ต้องรู้สึกผิดนัก”
แม้กล่าวเช่นนั้น กว่างหมิงก็เริ่มเข้าใจในทันใด
‘ไม่ถูกแน่!’
‘นี่คงเป็นกับดัก! เอาศิษย์ผู้ฝึกคัมภีร์เก้าแปรมังกรมาฝ่าวางรากฐาน หลอกล่อให้อาจารย์ของข้าปรากฏตัว หมอนี่ตั้งใจลอบสังหารอาจารย์ข้าแน่!’
ความคิดแล่นวูบ กว่างหมิงเผลอกลืนน้ำลายอีกครั้ง
เขาคือศิษย์เอกของอารามฝูหลง ภายใต้อรหันต์ฝูหลงแล้ว ไม่มีทางก้าวหน้าไปกว่านี้อีก หากอรหันต์ฝูหลงตกตาย…
เมื่อคิดเช่นนี้ กว่างหมิงก็กัดฟันกล่าวเสียงแหบพร่า
“แต่นั่น…คืออาจารย์ของข้า!”
“ท่านผู้ชี้นำข้าเข้าสู่หนทางแห่งเต๋า ข้าบูชาเขาดั่งบิดา!”
ต่อหน้าคำอ้อนวอนของกว่างหมิง ลวี่หยางกลับพยั