หวาดกลัว ร่างกายสั่นเทา
“เจ้า… เจ้า…”
เขาพูดคำว่า “เจ้า” อยู่นาน แต่ไม่อาจกล่าวประโยคสมบูรณ์ออกมาได้
“อาจารย์ เกิดอะไรขึ้น?” จ้าวหลิงซานที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงเดินเข้ามาถามอย่างสงสัย
“พวกเจ้าทั้งหมด ถอยออกไป” เหลียงอวี่ตะโกนเสียงเฉียบพลัน
จ้าวหลิงซานชะงักไปเล็กน้อย
“ไม่ได้ยินหรือ? ถอยออกไปทั้งหมด” เหลียงอวี่กวาดสายตาเย็นชาไปยังจ้าวหลิงซานและฉินเฟิน
สายตานั้นราวกับมีตัวตน ทำให้ทั้งสองสั่นสะท้าน รีบคำนับแล้วถอยออกไป
หลังจากทั้งสองออกไป เหลียงอวี่จ้องฉินเฉินด้วยสายตาเย็นเฉียบ กล่าวทีละคำ
“เจ้าเป็นใครกันแน่?”
ฉินเฉินกล่าวอย่างสงบ
“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือ ข้าสามารถช่วยชีวิตเจ้าได้”
ดวงตาของเหลียงอวี่สั่นไหว เขาแค่นเสียงเย็น
“อย่าคิดจะหลอกข้า”
ฉินเฉินส่ายหน้า กางมืออย่างช่วยไม่ได้ แล้วหันหลังจะเดินออกไป
“เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูด ข้าเดิมตั้งใจจะชี้ทางสว่างให้เจ้า แต่หากเจ้าดื้อดึงอยากเป็นคนพิการ ข้าก็ไม่มีความเห็น”
“เจ้าคิดว่าที่นี่จะมาแล้วไปได้ตามใจหรือ? ไม่ง่ายเช่นนั้น หากเจ้าไม่เปิดเผยที่มา วันนี้อย่าคิดจะออกจากหออาวุธ!”
เหลียงอวี่เคลื่อนไหวอีกครั้ง ขวางทางฉินเฉินไว้ แล้วกล่าวอย่