ลูบอกพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ภรรยาสุ่ยเกอเอ๋อร์นี่เก่งจริงๆ! ต่อไปพวกเราต้องปฏิบัติต่อนางให้ดีหน่อย!’
หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยย่อมคิดเช่นนั้นอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นวันนี้เขาคงไม่ออกมาปกป้องเร็วถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังกล้าว่ากล่าวตำหนิกู้อันกับเจียงซื่ออย่างเคร่งขรึมขนาดนั้น
แต่บัดนี้ พอกู้อันพูดถึงกู้ฉางเจี๋ยที่กำลังเรียนอยู่ในโรงสอนตำรา หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยเริ่มลังเลทันที ราวต้นหญ้าบนกำแพงที่ไหวเอนไปตามลม
แม้ว่าการมีลูกสะใภ้ที่แปรรูปสมุนไพรได้จะสำคัญ ทว่าสำหรับหมู่บ้านแห่งหนึ่งแล้วนั้น สิ่งที่จะสร้างชื่อเสียงและความรุ่งเรืองได้อย่างแท้จริงคือการมีคนสอบได้เป็นขุนนาง!
กู้ฉางเจี๋ยก็เป็นคนเช่นนั้น แม้ตอนนี้เขายังไม่ได้สอบ ทว่าดูจากท่าทีของบ้านตระกูลกู้แล้ว ก็เห็นชัดว่าพวกเขาสนับสนุนบุตรชายให้เดินบนเส้นทางนี้อย่างถึงที่สุด
ยิ่งกว่านั้นบ้านตระกูลกู้ก็มีเงิน กู้ฉางเจี๋ยเองก็เริ่มเรียนหนังสือมาตั้งแต่อายุห้าขวบ ไม่เคยแตะต้องงานหนักเลยสักวัน ทุกวันนี้เขาสวมชุดยาวสะพายย่ามหนังสือ เดินไปมาในหมู่บ้าน ดูไปก็มีเค้าโครงของบัณฑิตอยู่บ้าง
ประกอบกับที่เจียงซื่อชอบโอ้อวดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า ‘เจี๋ยเกอเอ๋อร