า”
เถียนฮวนถูกชมเข้าให้อย่างจัง หัวใจนางก็พลอยพองโต ดวงตาทั้งคู่ยิ้มจนกลายเป็นพระจันทร์เสี้ยว
มีเขาอยู่เคียงข้าง ทั้งสองพูดคุยกันพลางเติมฟืนเข้าเตา เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว
ชั่วพริบตาเดียว หนึ่งชั่วยามครึ่งก็ผ่านไป โสมที่นึ่งไว้สุกพอดี
เถียนฮวนดับไฟ แต่กลับยังไม่แตะต้องหม้อนั้นแม้แต่น้อย
“โสมบอบบางนัก ขณะนึ่งห้ามเพิ่มหรือลดไฟโดยเด็ดขาด หลังดับไฟแล้วก็ต้องปล่อยให้มันเย็นลงอย่างช้าๆ หากอุณหภูมิสูงขึ้นหรือต่ำลงอย่างรวดเร็ว รากของโสมอาจจะแตกหัก ส่งผลต่อคุณภาพของโสมยิ่งนัก” นางอธิบายอย่างตั้งใจกับกู้ฉางสุ่ย เขาก็ตั้งใจฟังเช่นกัน จากนั้นจึงพยักหน้า
“ที่แท้เป็นเช่นนี้ งั้นเรารอกันต่ออีกหน่อยเถอะ! อย่างไรก็รอมาตั้งนานแล้ว”
ทั้งสองนั่งคุยกันอีกพักใหญ่ เถียนฮวนถึงได้เปิดฝาหม้อออก ลองแตะดูเล็กน้อย “เสร็จแล้ว!”
นางตักโสมขึ้นมาวางบนผ้าฝ้ายสะอาดที่เตรียมไว้ “คืนนี้ผึ่งให้แห้งอีกสักหน่อย ตากต่ออีกสองวัน การทำโสมแปรรูปก็จะเสร็จสมบูรณ์!”
พอจัดการเรื่องนี้เสร็จ ฟ้าก็มืดมิดไปนานแล้ว ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นยามดึกสงัด ทั้งสองยุ่งมาทั้งวัน เหนื่อยล้าจนเปลือกตาบนล่างแทบจะปิด
วันนี้กู้ฉางสุ่ยรอบคอบมากข