าอยู่บ้าง
ทว่าในสถานการณ์แบบนี้ นางก็ไม่อาจละทิ้งความอบอุ่นนี้ไป ดังนั้นจึงได้แต่หน้าหนาขดตัวซุกอยู่ในอ้อมอกของเขาโดยไม่ขยับเขยื้อน
“หนาวอยู่หรือไม่” หลังจากกอดนางไว้ได้ครู่หนึ่ง กู้ฉางสุ่ยก็ถามเบาๆ
“ไม่หนาวแล้ว” เถียนฮวนส่ายหน้าช้าๆ “แต่ท่านเล่า ท่านทำแบบนี้ไม่หนาวหรือ”
“หนาว” กู้ฉางสุ่ยตอบตามตรง “แต่แค่ข้าหนาวคนเดียว ก็ดีกว่าหนาวกันทั้งคู่ เจ้าว่าไหม”
เถียนฮวนถึงกับพูดไม่ออกทันที
ชายคนนี้เวลาหยอกล้อกลับไร้ท่าทีจริงจัง แต่พอจริงจังขึ้นมา ความอ่อนโยนและใส่ใจนั้นก็ทำให้นางซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล
ทันใดนั้นนางก็รู้สึกได้ว่าร่างของเขากำลังสั่นเล็กน้อย
เขาหนาวจริงๆ
เถียนฮวนขยับตัวในอ้อมกอดเล็กน้อย หามุมสบายพิงแนบ แล้วเอ่ยเบาๆ “ข้านอนไม่หลับแล้ว พวกเราคุยกันเถอะ!”
เห็นเขาเป็นเช่นนี้ นางจะมีแก่ใจนอนหลับลงได้อย่างไร คุยเรื่องอะไรสักอย่างเบี่ยงเบนความสนใจเขาหน่อย ก็น่าจะช่วยให้ดีขึ้น
“ได้” กู้ฉางสุ่ยรับคำ
เถียนฮวนจึงถามขึ้น “ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นที่ท่านซับน้ำตาให้ข้า ข้าจำได้ว่าเป็นไหมสูจิ่น[1] ท่านมีผ้าเช่นนั้นได้อย่างไร”
“อ้อ! ผ้าผืนนี้เป็นของชิ้นเดียวที่ติดตัวข้ามาตอนที่ท่านปู่เก็บข้าได้ คงเป็น