ได้มาแค่กระต่ายตัวเดียว แต่ดีที่มันอ้วนมาก งั้นพวกเราย่างกินกันเถอะ!” กู้ฉางสุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด “ส่วนหนัง ถึงจะเป็นกระต่ายสีเทา แต่เส้นขนก็ขึ้นสม่ำเสมอดี ทั้งยังนุ่มฟู เดี๋ยวข้าตากไว้ให้แห้ง พอหน้าหนาวจะทำผ้าพันคอให้เจ้า”
“ดีเลย!” เถียนฮวนพยักหน้ารัวๆ แล้วดึงถ่านสองสามก้อนออกจากเตา จุดไฟอีกกองขึ้นข้างๆ
กู้ฉางสุ่ยหยิบฟืนยาวมาวางเรียงกันเป็นเตาย่างอย่างง่าย เตรียมจะเสียบกระต่ายขึ้นย่าง
“เดี๋ยวก่อน ข้าทำเอง” เถียนฮวนรีบรับกระต่ายมาแล้วสั่งเขา “ท่านไปดูไฟตรงนั้นแทนเถอะ”
“อ้อ” กู้ฉางสุ่ยก็เดินไปอย่างว่าง่าย
เถียนฮวนหยิบมีดมากรีดเนื้อกระต่ายที่ผ่านการชำแหละแล้ว จากนั้นก็คว้าหยิบเกลือหนึ่งกำมือมาทาให้ทั่วทั้งตัวกระต่าย แม้แต่ในท้องก็ไม่เว้น
เมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อย นางก็เด็ดใบไม้สีเขียวเข้มจากข้างกายมาห่อเนื้อกระต่ายไว้ ใช้เถาวัลย์เส้นเล็กมัดให้แน่น แล้วจึงนำไปย่างบนเตาไฟ
“นี่คืออะไรหรือ” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยถาม
“นี่เรียกว่าเจี่ยโหลว เป็นทั้งยาสมุนไพรและเครื่องปรุงรส ช่วยชูรสให้อร่อยและหอมขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ขับความเย็นออกจากภายใน และการห่อเนื้อกระต่ายไว้แบบนี้