ภรรยาก็ลืมท่านแม่เสียสิ้น สมควรไล่เขาออกจากบ้านด้วยซ้ำ ปล่อยให้อดอยากข้างนอกสักพัก เขาก็จะรู้เองว่าพ่อแม่ดีกับเขาแค่ไหน ถึงตอนนั้น เขาจะต้องเป็นฝ่ายหย่ากับนังสารเลวนั่น แล้วต่อไปก็จะยอมอยู่รับใช้พวกเราไปทั้งชีวิต!”
“พูดอันใดออกมา? อย่างไรเขาก็เป็นพี่ชายเจ้านะ!” เจียงซื่อทำหน้าดุใส่
กู้ฮวาเย่ว์สะบัดเสียงเย็น “ข้าไม่มีพี่ชาย พี่ชายที่เข้าข้างคนนอกมารังแกข้า ข้าไม่มีเสียยังดีกว่า ข้ามีน้องชายเพียงคนเดียว ตอนนี้ข้าก็รอให้น้องชายสอบเค่อจวี่ผ่าน ข้าจะได้แต่งกับซิ่วไฉแล้วกลายเป็นภรรยาของซิ่วไฉบ้าง!”
“ดูพูดเข้า แค่นี้ก็ไม่รู้จักอาย ยังเด็กอยู่แท้ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานแล้ว!” เจียงซื่อทั้งขำทั้งโมโห
กู้ฮวาเย่ว์ยักไหล่อย่างภาคภูมิใจ “ข้าพูดอะไรผิดหรือ ท่านแม่ไม่อยากให้ข้าแต่งกับซิ่วไฉหรือ”
“อยากสิ ข้าก็หวังไว้แบบนั้น ไม่ใช่แค่เจ้า แม้แต่พี่สาวเจ้า ข้าก็อยากให้แต่งเข้าตระกูลดีๆ ส่วนน้องชายเจ้า ข้าก็ต้องหาภรรยาดีๆ ให้เขาเหมือนกัน ต้องมีหน้าตา มีสติปัญญา พูดรู้ความ ว่านอนสอนง่าย กตัญญูต่อพ่อแม่ จะอย่างไรก็ต้องเป็นคุณหนูตระกูลร่ำรวยในตำบลเท่านั้น ห้ามให้เขาต้องลำบากเด็ดขาด!”
พูดถึงอนาคตของลูกๆ เจียง