ต “หากข้าไม่ไปเล่า”
“เช่นนั้นก็ล่วงเกินแล้ว”
ชิงซวงสาวเท้ามาหยุดตรงหน้านาง มือข้างซ้ายไขว้สองนิ้วเข้าด้วยกัน สกัดจุดนางไว้ ขณะเดียวกันมือขวาก็ค่อยๆ เสียบกระบี่กลับเข้าไปในฝักที่เอวอย่างแม่นยำ! จากนั้นก็แบกคนขึ้นบ่า ทะลุหน้าต่างออกไป ก่อนทะยานเข้าสู่หิมะอันเงียบงันไร้เสียง
เมื่อนางถูกชิงซวงวางลงบนเก้าอี้ตรงหน้าลู่หยวน สีหน้าก็หงิกงอทันที!
ชิงซวงคลายจุดให้นาง
นางถลึงตาใส่ลู่หยวนอย่างแรง “ผู้บัญชาการใหญ่หมายความว่าอย่างไร”
ลู่หยวนยิ้มเอ่ย “มิได้พบกันหลายวัน ประมุขเยี่ยนยังคงสบายดีเหมือนเดิมเลยนะ”
“ถุย!” เยี่ยนเหนียงจื่อถ่มน้ำลาย “อย่ามาทำเสแสร้งต่อหน้าข้า! ไม่กี่วันก่อนสุนัขรับใช้ของเจ้าเกือบจะสั่งปิดหอหมื่นบุปผาของข้า เรื่องนี้เจ้าจะไม่เอ่ยถึงสักคำเลยรึ”
ทว่าลู่หยวนโดนด่ากลับไม่ขุ่นเคืองแม้แต่น้อย เขายังคงยิ้มแย้มดุจลมวสันต์อันอบอุ่น “เพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น อีกอย่าง ข้าก็มิได้ปรักปรำหอหมื่นบุปผาเสียหน่อย ข้าไปจับนักฆ่าจริงๆ”
เยี่ยนเหนียงจื่อยิ้มเหน็บ “ทำไม ฟังจากน้ำเสียงเจ้าแล้ว ยังอยากให้ข้าต้องโทษซุกซ่อนสายลับอยู่รึ”
ลู่หยวนยิ้มเอ่ย “เยี่ยนเหนียงจื่อกล่าวเกินไปแล้ว”
เยี่ยนเหนียงจื่อกลอกตา