น้ำเสียงและท่าทีกลับไม่เห็นฮองเฮาอยู่ในสายตา
บรรดานางกำนัลและขันทีต่างเห็นกันจนชินตาแล้ว ลี่กุ้ยเฟยทำเหมือนเซียวฮองเฮาไม่มีตัวตนมานานแล้ว แม้แต่ตราประทับหงส์ก็ยังแย่งมา หากมิใช่เพราะถอดถอนฮองเฮาช่างยากเย็น เกรงว่าในวังคงเปลี่ยนนายหญิงคนใหม่ไปนานแล้ว
เซียวฮองเฮาถามอย่างไม่รีบไม่ร้อนว่า “อ้อ? นักฆ่าอะไรนึกไม่ถึงว่าจะกล้าลอบสังหารลี่กุ้ยเฟย”
ถานเอ๋อร์สีหน้าจริงจังเอ่ยว่า “ข่อยบ่ได้สังหารนางเลย! ข่อยบ่แม่นนักฆ่า!”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ถานเอ๋อร์เป็นสาวใช้ข้างกายของหม่อมฉัน เนื่องจากทนเห็นหม่อมฉันรับโทษทัณฑ์มิไหว จึงได้ลงมือต่อคนในวังเพคะ”
เซียวฮองเฮาหันมองเมิ่งเชียนเชียน “เจ้าเป็นใคร”
เมิ่งเชียนเชียนคุกเข่าอยู่กลางหิมะ สองมือทับกันจรดหน้าผาก คำนับให้ “หม่อมฉันเมิ่งซื่อ ถวายคำนับฮองเฮา ขอฮองเฮาทรงพระเจริญ”
หวังฮูหยินรีบเอ่ย “ฮองเฮา นางคือภรรยาของแม่ทัพเจิ้นเป่ย ลู่หลิงเซียวเพคะ”
เซียวฮองเฮาชะงัก “ลู่หลิงเซียว เหลนของแม่ทัพใหญ่หู่เวยน่ะรึ”
หวังฮูหยินยิ้มเอ่ย “เพคะ!”
เซียวฮองเฮาตรัส “แม่ทัพใหญ่หู่เวยตอนนั้นติดตามไท่ซ่างหวงออกรบทั่วทุกสารทิศ คุณูปการนับอนันต์ เป็นเสาหลักของบ้านเมืองที่สมเกียรต