ิ แม่ทัพเจิ้นเป่ยนำปณิธานของเขาเข้าสู่สนามรบเข่นฆ่าศัตรู ตระกูลลู่ก็นับว่ามีผู้สืบทอด”
หวังฮูหยินพยักหน้าเอ่ย “ฮองเฮาตรัสได้ถูกต้องยิ่ง”
ลี่กุ้ยเฟยกลอกตา
เซียวฮองเฮาถามลี่กุ้ยเฟยว่า “ไม่ทราบว่าลู่ฮูหยินทำผิดอะไรหรือ ลึ่กุ้ยเฟยจึงได้ลงโทษนาง”
ลี่กุ้ยเฟยตรัสนิ่งๆ ว่า “เรื่องของตำหนักฉางชุน ไม่รบกวนฮองเฮาต้องเป็นห่วงแล้ว อิ๋งเย่ว์ ส่งเสด็จฮองเฮาแทนข้าด้วย”
“เพคะ” นางกำนัลอิ๋งเย่ว์ขานรับ ก่อนเยื้องย่างไปหาเซียวฮองเฮา
เซียวฮองเฮาตรัสอย่างเคร่งขรึมว่า “เรื่องของตำหนักฉางชุน ข้าไม่สนใจจะถาม เพียงแต่ ลู่ฮูหยินมิใช่คนของตำหนักฉางชุน นางกระทำผิดหรือไม่ ก็ให้ข้าในฐานะฮองเฮาตัดสินเอง”
ลี่กุ้ยเฟยก้าวขึ้นหน้าสองก้าว ตรัสอย่างอวดดีว่า “ฮองเฮา จะเป็นปรปักษ์กับข้าหรือ”
เซียวฮองเฮาหันมาตรัสว่า “หวังฮูหยิน หมู่นี้อาลักษณ์หวังอยู่บ้านสบายดีหรือไม่ เจ้ากลับไปถามเขาที ลี่กุ้ยเฟยใช้อำนาจลงทัณฑ์สตรีบรรดาศักดิ์ของราชสำนักโดยพลการ ควรลงโทษอย่างไร”
ลี่กุ้ยเฟยพระพักตร์พลันทะมึนขึ้น
สวรรค์นางไม่กลัว นรกนางไม่เกรง กลัวเพียงอาลักษณ์หวัง อย่างไรเสียเจ้าทึ่มนั่นก็เคยจับบิดาเข้าคุกหลวงมาแล้ว!
คนที่ถูกเขายื่นฎีกาฟ้องร้อง ที่อยู่ไกลยั