ะเอาชีวิตมัน!”
ขันทีหวังจำต้องกัดฟันไปทำ เพียงไม่นานก็ย้อนกลับมา “กุ้ยเฟย ลู่ฮูหยินกับสาวใช้นั่นออกจากวังไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ลี่กุ้ยเฟยโยนถ้วยชาทิ้งด้วยความโมโห ตรัสเสียงเย็นว่า “ให้ทหารรักษาพระองค์ไปจับ! บอกว่าจับมือสังหาร! ออกจากวังไปแล้ว ดูซิว่าเซียวหลานอีนางยังจะยุ่งได้อีกหรือไม่!”
……
อากาศหนาวเหน็บ พื้นเต็มไปด้วยหิมะ บนถนนหลวงอันเงียบสงัดทอดมองไปยาวไกลสุดลูกหูลูกตา
“พี่สาว! อดทนไว้!”
ถานเอ๋อร์สัมผัสได้ถึงลมหายใจของเมิ่งเชียนเชียนเริ่มแผ่วอ่อนลงเรื่อยๆ นางเพิ่มความเร็วจนถึงขีดสุด อวัยวะภายในคล้ายเผาไหม้ขึ้นมา
“ถานเอ๋อร์…พักสักหน่อย…”
“ข่อยบ่พัก!”
“ข้าอยากพักสักหน่อย…”
“เจ้าห้ามหลับนะ! ห้ามหลับ!”
ถานเอ๋อร์วิ่งไปเบื้องหน้าสุดชีวิต เหงื่อไหลไปทั้งทาง อาภรณ์ชุ่มโชกไปหมด
ในที่สุด นางก็เห็นรถม้าคันหนึ่ง
นางแบกเมิ่งเชียนเชียนกระโดดขึ้นไป ชักปิ่นบนศีรษะโยนให้สารถี “ไปตระกูลู่ ถนนฉางหยาง! บ่ไปสิฆ่าเจ้าซะ!”
สารถีตกใจลนลานคว้าบังเหียน เร่งม้ามุ่งไปยังตระกูลลู่
ทว่าไปได้ไม่กี่ก้าว ทหารม้าของทหารรักษาพระองค์ก็ตามมาทัน เข้ามาจากตรอกทั้งสองฟากล้อมรถม้าไว้แน่นหนา