ดั่งอาชาคึก แบกเมิ่งเชียนเชียนหายลับไปท่ามกลางหิมะเพียงชั่วพริบตา
หวังฮูหยินถอนหายใจ
เซียวฮองเฮาตรัสว่า “นางกลับ คงจะมีเหตุผลของนาง”
หวังฮูหยินพยักหน้า ก่อนค้อมคำนับให้เซียวฮองเฮาจนสุด “วันนี้ขอบพระทัยฮองเฮายิ่งนัก ลู่ฮูหยินมีบุญคุณต่อข้า ข้านิ่งดูดายมิได้จริงๆ ก็เลย…พลอยให้ฮองเฮาลำบากไปด้วย”
นางก็ไม่คิดว่าสถานการณ์จะร้ายแรงเพียงนี้ เดิมทีคิดว่าเป็นความเข้าใจผิดกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ยามนี้มาคิดๆ ดูแล้ว สตรีนามว่าหลินหว่านเอ๋อร์นั่น เกรงว่าจะรู้ฝีมือและความสามารถของถานเอ๋อร์แต่แรก จึงจงใจให้สาวใช้ตนสุมไฟใส่ถานเอ๋อร์ เพื่อให้ถานเอ๋อร์ไปทำให้เรื่องมันใหญ่โตขึ้น เพิ่มความขัดแย้งระหว่างลู่ฮูหยินกับลี่กุ้ยเฟย
ช่างเป็นแผนการที่ร้ายเหลือยิ่ง
เซียวฮองเฮาตรัสเสียงนุ่มว่า “ระหว่างลี่กุ้ยเฟยกับข้าขัดแย้งกันมานานแล้ว ญาติผู้พี่อย่าได้เก็บมาใส่ใจ”
ทางด้านลี่กุ้ยเฟยหลังกลับมาที่ตำหนัก ก็ดื่มชาไปสามอึกใหญ่อย่างแรง ถึงได้ค่อยใจเย็นขึ้น
“สตรีบรรดาศักดิ์ของราชสำนักอะไรกัน นางมิได้ถูกแต่งตั้งเป็นฮูหยินเก้ามิ่งด้วยซ้ำ! เซียวหลานอี เจ้าหลอกข้า!”
“ไปจับตัวนางฮูหยินชั้นต่ำนั่นกลับมาให้ข้า! สาวใช้ของมันด้วย ข้าจ