เก็บกวาดสถานที่อันเละเทะจากการต่อสู้ เมื่อเขาชักกระบี่ยาวที่เสียบเข้าพุ่มไม้เล่มนั้น แววตาพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
เห็นเพียงคมกระบี่มีรูเล็กๆ รูหนึ่ง คล้ายถูกอาวุธลับบางอย่างแทงทะลุ
เป็นไปได้อย่างไร
ผู้ใดกันเก่งกาจเพียงนี้
เด็กผู้หญิงคนนั้นน่ะรึ
เมิ่งเชียนเชียนอาการไม่สู้ดีนัก ดวงหน้านางไร้สีเลือด แววตาก็เลื่อนลอย
“ไปที่ตำหนักข้า อบอุ่นร่างกายหน่อย เสี่ยวเติ้งจื่อไปตามหมอหลวง” เซียวฮองเฮาตรัส
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เสี่ยวเติ้งจื่อรีบไปทันที
เมิ่งเชียนเชียนขยับริมฝีปากเล็กน้อย
ถานเอ๋อร์เอ่ย “พี่สาว เว้าอิหยัง”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอย่างอ่อนระโหย “กลับเรือนไห่ถัง…แล้วก็…ขอบคุณหวังฮูหยิน…”
ถานเอ๋อร์ตั้งใจฟังจนจบ ชะงักไปฉับพลัน “ได้! กลับเรือนไห่ถัง! กลับเดี๋ยวนี้แหละ!”
หวังฮูหยินถามว่า “นี่ พวกเจ้าจะไปไหน”
ถานเอ๋อร์หันหน้ากลับมามองปั้นซย่าที่ถูกคนประคองไว้ พลางเอ่ยกับหวังฮูหยินว่า “หวังฮูหยิน พี่สาวข่อยบอกว่า ขอบคุณท่าน! บุญคุณครานี้นางจดจำไว้แล้ว! ช่วยข่อยดูแลปั้นซย่าก่อนเด้อ ข่อยส่งพี่สาวเสร็จสิมารับนาง!”
“นี่ ถานเอ๋อร์ ลู่ฮูหยิน”
หวังฮูหยินพยายามรั้งเอาไว้สุดความสามารถ จนด้วยเกล้าที่ถานเอ๋อร์ว่องไว