้ได้ หากแม่นางหลินอยากจะกลายเป็นห้องข้างของท่านพี่ เช่นนั้นก็ต้องได้รับการเห็นชอบจากหม่อมฉันก่อน หรือไม่ก็ทูลขอฮองเฮาออกราชโองการ!”
ลี่กุ้ยเฟยตบโต๊ะ “เจ้าบังอาจนัก! ผู้ใดมอบความกล้านี้ให้เจ้ามาพูดจาเช่นนี้กับข้า!”
ถ้อยคำของเมิ่งเชียนเชียนแทงใจดำของลี่กุ้ยเฟยอย่างไม่ต้องสงสัย นางไม่ชอบให้ผู้คนว่านางสู้ฮองเฮาไม่ได้เป็นที่สุด!
ลี่กุ้ยเฟยตรัสเสียงเย็นว่า “ฮองเฮาไร้โอรส โอรสสวรรค์ในยามนี้คือโอรสของข้า เจ้าคิดว่าข้าขอราชโองการมามิได้อย่างนั้นหรือ”
เมิ่งเชียนเชียน “ขอฝ่าบาทออกราชโองการ”
ลี่กุ้ยเฟย “เจ้า”
เหลวไหล โอรสสวรรค์จะออกราชโองการเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร ไพร่ฟ้าประชาชีจะไม่ก่นด่าให้หรอกหรือ
ลี่กุ้ยเฟยมองเมิ่งเชียนเชียนอย่างเย็นชา “ดอกเหมยในตำหนักข้าบานแล้ว เป็นปีนั้นที่ข้าถูกแต่งตั้งตำแหน่งเฟย ไท่ซ่างหวงทรงให้คนมาปลูกให้ข้า อิ๋งเย่ว์”
“บ่าวอยู่นี่เพคะ”
“พาลู่ฮูหยินไปชมดูเหมยที คุกเข่าชมนะ!”
“เพคะ”
เมิ่งเชียนเชียนคุกเข่าบนพื้นหินอ่อนแข็งๆ และเย็นเยียบ
ปั้นซย่าก็คุกเข่าด้วย
ลี่กุ้ยเฟยกอดโถน้ำร้อนอุ่นๆ ไว้ในอ้อมแขน กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนตั่งกุ้ยเฟย มองเล็บที่ทากระวาน ท่าทางเอ้อระเหย “เปิด