ประตูไว้ ข้าก็อยากได้กลิ่นหอมของดอกเหมยต้นนี้เช่นกัน”
ประตูตำหนักเปิดอ้ารับลม ลมหนาวเดือนสิบสองกระโชกเข้ามาในลานตำหนัก
เพียงไม่นาน หิมะเกล็ดใหญ่เท่าขนห่านก็ล่องลอยเต็มฟ้า โปรยปรายลงบนศีรษะ ไหล่ หางคิ้วของเมิ่งเชียนเชียน ไม่ทันไรขนตางอนยาวก็มีเกล็ดหิมะเกาะพราว
ปั้นซย่าน้ำตารินด้วยความสงสาร ตากฝนเมื่อคราก่อนเพิ่งจะหาย ครานี้มาโดนให้คุกเข่ารับโทษกลางหิมะอีก
เมิ่งเชียนเชียนคุกเข่าหลังตั้งตรงอยู่ท่ามกลางหิมะ ท่าทางหยิ่งผยอง ราวกับต้นสน ดุจดั่งไม้ไผ่
ลี่กุ้ยเฟยแค่นเสียงเฮอะตรัสว่า “ข้าจะดูซิว่านางจะรั้นไปจนถึงเมื่อใด!”
ณ ร้านนายหน้า
ถานเอ๋อร์รับสมุดบัญชีที่คำนวณเสร็จแล้ว กำลังจะกลับตระกูลลู่ ครั้นผลักประตูเปิด มองไปเห็นหิมะเต็มนภา ก็เอ่ยอย่างตกใจว่า “หิมะตกแล้ว! ตกหนักด้วย!”
ดวงตานางเป็นประกาย กำลังจะกระโดดออกไปเล่นหิมะ ก็ถูกมือเรียวข้างหนึ่งคว้าไว้ได้ทัน ลากนางไปยังเรือนท้าย
“สือเหนียง เจ้าเฮ็ดหยัง” ถานเอ๋อร์เท้าเอวถาม
“ชู่ เบาเสียงหน่อย!” สือเหนียงลากนางมาหลบหลังเสา แล้วแอบชำเลืองมองคนกลุ่มนั้นที่เดินผ่านหน้าโถงใหญ่ไป “เจ้าออกประตูหลัง อย่าให้คนพวกนั้นเห็นเข้าล่ะ!”
“คนหยัง?” ถานเอ๋