าสนามิใช่คราวเคราะห์ หากเป็นคราวเคราะห์ก็หลบมิพ้น”
นางจะลากท่านย่าทวดมาเกี่ยวข้องเสียทุกเรื่องมิได้ นั่นมันวังหลวง หาใช่ตระกูลลู่ไม่
แม่นมหลี่ถอนหายใจเฮือก “บ่าวก็แค่ห่วงคุณหนู หากเรียกท่านเข้าเฝ้าก็แล้วไปเถิด นี่ดันมีจากเรือนเฟิงนั่นอีกคน...”
ปั้นซย่าโกรธเคืองต่อความไม่เป็นธรรม “นั่นน่ะสิ! นางมันปีศาจจิ้งจอก ถือดีอย่างไรมาเข้าวังด้วย”
ปั้นซย่ามีความคิดไม่ซับซ้อน ท่านเขยสร้างความดีความชอบที่ชายแดน คุณหนูในฐานะภรรยาของท่านเขย คงจะไปรับพระราชทานบำเหน็จที่วังหลวง แต่นางปีศาจที่ยั่วยวนสามีคนอื่นนางนั้น ไม่จำเป็นต้องไปรับด้วยนี่นา!
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “เก็บข้าวของ ปั้นซย่าตามข้าเข้าวัง”
เมื่อทั้งคู่มาถึงหน้าประตู หลินหว่านเอ๋อร์กับลี่ว์หลัวก็มาถึงแล้ว
ครานี้หลินหว่านเอ๋อร์กลับมิได้สวมอาภรณ์เรียบๆ แต่เป็นกระโปรงยาวมัดเอวแขนปีกผีเสื้อสีส้มอ่อน สวมเสื้อคลุมผ้าแพรสีฟ้า เกล้าผมขึ้นสูง ใช้ปิ่นมุกแทนผ้าผูกผมสีฟ้า ขับให้ดูองอาจชาตินักรบ
เมิ่งเชียนเชียนสวมชุดคลุมขนสัตว์ขอบขาวพื้นแดง เผยให้เห็นเสื้อตัวสั้นสีดอกท้อและกระโปรงยาวสีขาวพิสุทธิ์ดุจหิมะ แม่นมหลี่ฝีมือประณีต ทำผมแบบปล่อยมวยลง ปักดอกไม้ประดั