บที่ทำจากหยกงาม และไม้ประดับผมทองคำลายดอกท้อ ไม่ดูเด่น แต่ก็ไม่เสียมารยาท
นางเดินมาด้วยกิริยาเรียบร้อย ไม่รีบไม่ร้อนเกินงาม ราวกับแสงอรุณสะท้อนกับน้ำค้างยามรุ่ง
หลินหว่านเอ๋อร์มาดองอาจ พอมาอยู่ตรงหน้าเมิ่งเชียนเชียน นึกไม่ถึงว่าจะลดทอนความเด่นลงไป
เหล่าคนรับใช้ไม่กล้าพูด แต่สายตาได้บ่งบอกทุกอย่างแล้ว
ลี่ว์หลัวลอบกลอกตามองบน
ปั้นซย่าเอ่ยเสียงเบาว่า “หากถานเอ๋อร์อยู่ด้วย คงจิ้มตานางบอดไปแล้ว!”
ขันทีนายหนึ่งถือแส้ขนหางจามรี กวาดตามองเมิ่งเชียนเชียน ก่อนเอ่ยกับหลินหว่านเอ๋อร์ว่า “ลู่ฮูหยิน เชิญขึ้นรถขอรับ”
บรรดาคนรับใช้ต่างตกตะลึง หันมองเมิ่งเชียนเชียนอย่างกระอักกระอ่วน
พ่อบ้านเฉียนรีบชี้เมิ่งเชียนเชียน พลางเอ่ยเจื่อนๆ ว่า “ท่านนี้ต่างหากฮูหยินน้อยของพวกเรา”
ขันทีเผยประกายตกใจวาบผ่านแววตา แย้มยิ้มเอ่ยกับเมิ่งเชียนเชียนว่า “ข้าน้อยตาถั่ว ดูผิดเสียแล้ว ขอลู่ฮูหยินอภัยด้วย”
พวกคนรับใช้ต่างมองหน้ากัน
ฮูหยินน้อยมีบุคลิกสง่างามเหมาะสม แต่งกายหรูหราสูงค่า อากัปกิริยาล้วนมีมาดของสตรีชั้นสูง แม้แต่ปั้นซย่าสาวใช้ของนาง ยังดูเหมาะสมกว่าลี่ว์หลัวเสียอีก
นี่ก็ดูผิดได้ด้วยรึ
เมิ่งเชียนเชียนรู้แจ้งแ