หลวง”
ถ้อยคำนี้ดังขึ้น สีหน้าทุกคนพลันเปลี่ยน
แม่หนูน้อยคนนั้นที่ถูกเมิ่งเชียนเชียนอุ้มอยู่ตลอดบ่าย…นึกไม่ถึงว่าจะเป็นบุตรสาวของลู่หยวน?
มิน่าเล่าแม่นมคนนั้นแต่งกายไม่ธรรมดา ทั้งๆ ที่เป็นคนรับใช้แท้ๆ กลับสวมใส่ไม่ด้อยไปกว่าฮูหยินในตระกูลใหญ่เลย
ฮูหยินรองเอ่ย “พวกเราไม่รู้เสียหน่อยว่านางเป็นคุณหนูตระกูลลู่…อีกอย่างเกี่ยวอะไรกับหลิงหลงด้วย หลิงหลงไม่ได้อุ้มเด็กเสียหน่อย….นางแค่หนวกหูเด็กคนนั้นจึงได้ออกจากห้องภาวนาไป! น่าจะฟังหลิงหลงแต่แรก ยุ่งเรื่องชาวบ้านให้น้อยหน่อย! ยามนี้ประเสริฐแล้ว! ถูกจับตัวไปเพราะคิดว่าเป็นนักฆ่า! ซ้ำยังลากหลิงหลงไปซวยด้วย! เหตุใดนางจึงชอบหาเรื่องให้ที่บ้านนัก!”
ถ้อยคำนี้ลู่หมู่ทนฟังไม่ไหว นางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เชียนเชียนลากหลิงหลงไปซวยอย่างไรหรือ ข้าว่า เป็นหลิงหลงที่ตามไปเองกระมัง”
ลู่หลิงหลงชอบหาเรื่องเมิ่งเชียนเชียนไม่ใช่คราสองคราแล้ว
ฮูหยินรองเถียงว่า “นางเป็นคนไปยุ่งเกี่ยวกับเด็ก! นางไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนของจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวง แล้วจะซวยได้รึ!”
เหล่าฮูหยินเอ่ยเสียงเย็น “พอได้แล้ว! วัดวาอารามเป็นสถานที่เงียบสงบ โหวกเหวกโวยวายเป็นอะไรไปได้