นจริงน่ะมาวันไหนก็ได้ ไยจึงต้องเลือกเป็นวันนี้ด้วย พี่ใหญ่สั่งมาใช่หรือไม่ พี่ใหญ่คิดจะทำอะไร”
นายท่านรองลู่นอนต่อ “เรื่องของพี่ใหญ่เจ้าไม่ต้องยุ่งหรอก!”
ฮูหยินรองโมโหจนอยากทุบคน “สมบัติของลูกชายไม่เหลือแล้ว เจ้าให้ข้าเลิกยุ่ง! มีใครเขาเป็นพ่อแบบเจ้าบ้าง”
ภายในห้องภาวนาของเหล่าฮูหยิน แม่บ้านอู๋ออกไปข้างนอก กลับมาก็แลกเปลี่ยนสายตากับเหล่าฮูหยิน
เหล่าฮูหยินเอ่ยกับหลินหว่านเอ๋อร์ว่า “เจ้าตามแม่บ้านอู๋ไปเถิด”
“เจ้าค่ะ เหล่าฮูหยิน”
หลินหว่านเอ๋อร์สวมผ้าคลุมหน้า ตามแม่บ้านอู๋ออกจากห้องภาวนาไปยังศาลารับลมในวัดด้วยกันกับลี่ว์หลัว
รอบๆ ศาลาห้อยม่านมุกไว้ มองไม่เห็นด้านใน
ทว่ายอดฝีมือที่แต่งตัวเป็นองครักษ์เหล่านี้ ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าคนหลังม่านต้องมีฐานันดรสูงแน่
แม่บ้านอู๋ส่งคนถึงที่ก็ไม่เข้าไปต่อ
หลินหว่านเอ๋อร์พาลี่ว์หลัวเข้ามาในศาลา
นางมองปราดไปเห็นลู่สิงโจวยืนอยู่ข้างโต๊ะหิน จึงค้อมกายคำนับให้ : ใต้เท้า
จากนั้นนางก็หันไปมองหนุ่มน้อยอีกคนในศาลา ที่นั่งอยู่บนม้าหินอ่อน สวมใส่ผ้าไหม
สายตาของหนุ่มน้อยตกลงบนร่างหลินหว่านเอ๋อร์ “นางน่ะรึ”
ลู่สิงโจวเอ่ยกับหลินหว่านเอ๋อร์ว่า “หว่านเอ๋อร์ ยังไม่ถวา