ู่หยวนเอ่ย “ได้ยินว่าท่านอาพาธ ดีขึ้นบ้างหรือยัง”
ภิกษุไม่เอ่ยคำ
ลู่หยวนยิ้ม “เป่ยเหลียงส่งสายลับมาทั้งหมดห้าคน ไม่รอดสักราย”
ภิกษุยังคงเงียบ และไม่ดื่มชาที่ลู่หยวนเทให้ เอาแต่ลูบลูกประคำในมืออย่างเป็นระเบียบแบบแผน
ลู่หยวนเทน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่งเช่นกัน “ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน จอมพลฉู่ถูกฮูหยินสังหาร ด่านอวี้เหมินเสียการป้องกัน กองทัพใหญ่สองแสนนายพินาศย่อยยับ องครักษ์เกราะทมิฬหนึ่งหมื่นนายที่จงรักภักดีเพียงจอมพลฉู่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ด่านชายแดนที่ไร้การรักษาการณ์ของตระกูลฉู่ เหมือนดังไข่แตก ไม่ต้องโจมตีก็แตกพ่าย”
เอ่ยมาถึงตรงนี้ เขาก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบอึกหนึ่ง “เคราะห์ดีที่ทำสงครามมาห้าปี ในที่สุดก็ชนะ ท่านว่า ศึกนี้เป็นอย่างไร”
ภิกษุสวดนับประคำทีละเม็ดๆ
เป่าซูถูกลูกประคำของเขาดึงดูด จึงคลานกระดึ๊บๆ มาหา ยกมือหมายจะคว้า
ภิกษุเห็นแม่หนูน้อยแววตาเป็นประกายระยับ จึงคลายมือลง สีหน้าอ่อนโยน “โยมน้อยชอบเพียงนี้ ดูท่าจะมีวาสนาต่อพุทธองค์ของข้า ประคำนี้มอบให้โยมน้อยก็แล้วกัน”
เป่าซูเบิกตาโต แอ้!
ลู่หยวน “กินไม่ได้”
เป่าซูสะบัดหน้าน้อยๆ หนีทันที ไม่เอาแล้ว
อีกด้านหนึ่ง เมิ่งเชียนเชียนอ้างว่าเสียขวัญ