ูน้อย ทว่ามาคิดได้ว่าตนเปื้อนโลหิตไปทั้งตัว จึงชักมือกลับมา เปลี่ยนเป็นลูบหัวพยัคฆ์ของนางแทน
แม่หนูน้อยชี้ไปด้านนอก พูดอ้อๆ แอ้ๆ ฟ้องนางด้วยสีหน้าดุร้ายยิ่ง!
เมิ่งเชียนเชียนแม้ฟังไม่รู้เรื่อง แต่กลับรู้สึกทะแม่งๆ ว่าหนูน้อยกำลังด่าคนอยู่ ไม่รู้ว่าด่าใคร ด่าเสียหยาบคายทีเดียว
เมิ่งเชียนเชียนล้างหน้า เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสะอาด ก่อนมาป้อนนมให้หนูน้อย
เป่าซูกินอิ่มหนำ ก็กระดิกเท้าน้อยๆ อย่างพอใจ
แอ้
นางนอนอยู่ในอ้อมแขนเมิ่งเชียนเชียน แล้วชี้ไปด้านนอก
“อยากออกไปเล่นข้างนอกหรือ”
แอ้
เมิ่งเชียนเชียนถอนใจเอ่ยว่า “พ่อเจ้าโหดเหี้ยมนัก ข้ามิกล้าเดินเล่นส่งเดช ไม่เช่นนั้นตายอย่างไรยังไม่รู้เลย”
ลู่หยวนที่เพิ่งมาถึงหน้าประตู “…”
สุดท้ายทั้งสองก็ไปยังสวนดอกไม้
ลู่หยวนไม่ชอบเสียงดังหนวกหู คนรับใช้ในจวนแม้แต่พูดจาก็ไม่กล้าเสียงดัง จวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงยังคงเป็นเช่นนี้มานานหลายปี ราวกับน้ำนิ่งในบ่อ
ทว่าตลอดทั้งบ่ายวันนี้ ทั่วทั้งสวนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเป่าซู
ครั้นอาทิตย์อัสดง ลู่หลิงเซียวก็มาหาที่จวน
ลู่หยวนไปพบเขาที่โถงบุปผา
“ผู้บัญชาการใหญ่”
ลู่หลิงเซียวประสานมือคำนับ “ได้ยินว่าผู้บัญชาการใหญ่