งลับ
สายลับคนนั้นสองมือถูกมัดห้อยไว้กับเสาสูง รอยแส้ผสมรอยดาดลายพร้อยไปทั้งตัว กลิ่นเนื้อหนังไหม้ชวนให้ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้วมุ่น
ลู่หยวนโบกมือ
องครักษ์ที่เป็นผู้ลงทัณฑ์ทรมานถอยหลบไปด้านข้าง
ลู่หยวนหยักยิ้มมุมปาก มองไปยังสายลับคนนั้น ก่อนถามว่า “ใครปล่อยพวกเจ้าผ่านด่านมา มีจุดประสงค์อะไร”
คนผู้นั้นเอ่ยประชดอย่างอ่อนระโหย “จุดประสงค์…ย่อมเป็น…สังหาร...ฮ่องเต้ต้าโจวของพวกเจ้า…”
ลู่หยวนยิ้มเอ่ย “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ หากรู้แต่แรกคงไม่ขวางพวกเจ้าแล้ว”
ลู่หลิงเซียวสะดุ้งโหยง หันมองลู่หยวนอย่างตื่นตะลึงสุดจะเปรียบ
ลู่หยวนชี้ลู่หลิงเซียว “แม่ทัพลู่ที่อยู่ข้างๆ ข้าท่านนี้ เจ้ารู้จักกระมัง”
สายลับเป่ยเหลียงยิ้มเหน็บพลางหันมองลู่หลิงเซียว “รู้จัก…เหตุใดจะไม่รู้จัก…”
ลู่หยวนเลิกคิ้ว “อ้อ?”
สายลับเป่ยเหลียงเอ่ยกับลู่หยวนว่า “เจ้าถามข้าว่า…ใครเป็นคนปล่อยพวกเราผ่านด่านมิใช่หรือ…ผู้บัญชาการใหญ่ฉลาดปราดเปรื่องเพียงนี้…คงไม่ถึงกับ…เดาไม่ได้หรอกกระมัง”
ลู่หยวนหัวเราะ “เจ้าหมายความว่า คนที่ปล่อยเจ้าผ่านด่านอวี้เหมินคือแม่ทัพลู่อย่างนั้นรึ”
ลู่หลิงเซียวสีหน้าพลันเปลี่ยน “เจ้าอย่ามาพูดจาส่งเดช! ข้าไม่เคยพบพวกเจ