ดุจกระดูกของเขาบีบคางนางไว้ พลางแย้มยิ้มแกมหยอก “หรือว่า เจ้าอยากให้ทุกคนเห็นข้าออกมาจากห้องของเจ้า ข้าน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ไม่รู้ว่าเจ้าจะถูกตระกูลลู่จัดการอย่างไร”
เมิ่งเชียนเชียนทอดมองขุนนางโฉดผู้โหดเหี้ยมไร้ปราณีที่สุดของราชสำนักอย่างเรียบนิ่ง “ความร่ำรวยและเกียรติยศมักได้มาด้วยความเสี่ยง หากสามารถได้รับการคุ้มครองจากผู้บัญชาการใหญ่ ล่วงเกินตระกูลลู่แล้วอย่างไร”
ลู่หยวนยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มเต็มไปด้วยไอสังหารอันคมกริบ “ข้าไม่มีทางคุ้มครองสตรีคนใด ต่อให้เจ้ามีความดีความชอบล้นฟ้า ความเป็นตายของเจ้าก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”
“เจ้าจงจำเอาไว้ให้ดี ข้า ไม่เคยเป็นคนดีอะไรทั้งนั้น”
จนกระทั่งเขาจากไปแล้ว เมิ่งเชียนเชียนจึงได้ปล่อยเข็มเงินที่กำแน่นอยู่ในมือออก
นางเหงื่อเปียกชุ่มไปทั้งแผ่นหลัง
ได้ยินว่าขุนนางโฉดผู้นี้อารมณ์แปรปรวนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทั้งยังเย็นชาไร้ความรู้สึก เป็นเพราะหมู่นี้เจาเจาน้อยอยู่ด้วย เขาถึงได้เก็บงำไอสังหารทั่วร่างเอาไว้ ทำให้นางเกิดภาพลวงตาว่าบางทีเขาอาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่างเช่นที่ล่ำลือกัน
กอปรกับการแลกเปลี่ยนครานี้เขาตกลงฉับไว จึงยิ่งเพิ่มภาพลวงตาทำนองนี้ให้มากยิ่งขึ้น
เป็นนางท