ว่าเวลาเพียงไม่กี่วัน เขาใกล้จะโมโหบ่าวคนนี้ตายแล้ว
คนรับใช้เอ่ย “คุณชายใหญ่ เซิ่นเหยียน[2]ขอรับ”
ลู่หลิงเซียวหน้าทะมึน “เจ้ายังจะสั่งสอนข้าอีก ข้าถามว่าเจ้ามีนามว่าอะไร!”
คนรับใช้เอ่ยอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า “เซิ่นเหยียนขอรับ ข้าน้อยนามว่าเซิ่นเหยียน! ข้าน้อยพูดมากปากเปราะ นายท่านใหญ่จึงตั้งชื่อนี้ให้ข้าน้อย ข้าน้อยจะได้ระมัดระวังอยู่เสมอ”
ลู่หลิงเซียวเอ่ย “ข้าว่าชื่อนี้ไม่มีผลอะไรกับเจ้าเลย!”
เซิ่นเหยียนอยากจะเอื้อนเอ่ยแต่ยั้งไว้
ลู่หลิงเซียวถามอย่างรำคาญว่า “เป็นอะไรอีก”
เซิ่นเหยียนเอ่ยอย่างลังเลว่า “ข้าน้อยมีเรื่องรายงานขอรับ”
ลู่หลิงเซียว “ว่ามา!”
เซิ่นเหยียนเอ่ย “เหล่าไท่จวินจ่ายค่าผ้าแล้วขอรับ”
ลู่หลิงเซียวสีหน้าคลายลง “ยังคงเป็นท่านย่าทวดที่รักเอ็นดูข้า”
เซิ่นเหยียนเอ่ยต่ออีก “มิได้ซื้อให้แม่นางหลินขอรับ”
……
“เชียนเชียน! เชียนเชียน!”
เมิ่งเชียนเชียนคำนวณบัญชีถึงครึ่งเล่ม เหล่าไท่จวินก็เดินเข้ามาอย่างมีชีวิตชีวา
นางสติเลอะเลือนนั้นมิใช่เรื่องโกหก แต่หลายปีมานี้เมิ่งเชียนเชียนคอยบำรุงให้ ร่างกายจึงกลับแข็งแรงขึ้นทุกวัน
เมิ่งเชียนเชียนวางสมุดบัญชีลง “ท่านย่าทวด”
เหล่าไท่จวินมาหยุดตรงหน้า