เมิ่งเชียนเชียนเข้าไปในจวน
สารถีกัดฟันกรอด เอ่ยกับลู่หลิงเซียวว่า “คุณชายใหญ่ วันนี้ต่อให้ท่านตีบ่าวตาย บ่าวก็ยังจะพูดอยู่ดี! งานเลี้ยงจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวง ท่านพาสตรีอื่นนั่งรถม้าของฮูหยินน้อย เดิมทีก็เป็นความผิดของท่านแล้ว! ท่านยังจะทิ้งฮูหยินน้อยไว้ แล้วหายไปตั้งหนึ่งชั่วยามกว่าอีก ฮูหยินน้อยรออยู่ในรถม้าตลอด บ่นสักคำยังไม่มี! ต่อมาฝนตกหนัก ร่มก็ถูกท่านเอาไปด้วยแล้ว…ฮูหยินน้อยฝ่าฝนไปหาท่านที่ร้านผ้า ท่านกลับดีนัก ไม่รู้เดินไปที่ใดแล้ว บอกสักคำก็ไม่มี”
“ฮูหยินน้อยเป็นห่วงท่าน จึงได้ฝ่าฝนไปตามหาท่าน!”
ประโยคสุดท้ายเป็นความเห็นของอู่เกอร์เอง
อย่างไรเสียก็ต้องถูกขับไล่ออกจากจวนอยู่แล้ว คำพูดแค่ไม่กี่คำนี้คงไม่เป็นไรหรอก สารถีตัดสินใจแน่วแน่ เสี่ยงพูดออกไป!
“ฝนตกหนักเพียงนี้ อาภรณ์ย่อมเปียกชุ่มอยู่แล้ว จึงได้ไปซื้อตัวใหม่ ทะ…ท่านปรักปรำฮูหยินน้อยแล้ว!”
ลู่หลิงเซียวถูกสารถีว่ากล่าวจนพูดไม่ออก
เขาทอดมองเมิ่งเชียนเชียนที่หายลับไปในสายฝน แววตามีประกายซับซ้อนวาบผ่าน
เมิ่งเชียนเชียนกับปั้นซย่ากลับมาถึงเรือนไห่ถัง
“แม่นมหลี่!”
ปั้นซย่าแทบจะใช้ไหล่กระแทกประตูห้องเปิด
แม่นมหลี่ตก