ใจยกใหญ่ เห็นเมิ่งเชียนเชียนเนื้อตัวเปียกโชก หนาวสั่นจนแทบจะไร้ความรู้สึก นางรีบเดินมาหาสองสามก้าว ดึงคนมากอดไว้
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนู”
“ไม่รู้เจ้าค่ะ…ฮือออ”
ปั้นซย่าปวดใจจนกลั้นเสียงร่ำไห้ไม่อยู่
แม่นมหลี่ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาโดยพลัน
ตระกูลเมิ่งอยู่ที่ชิงโจวก็นับว่าเป็นตระกูลใหญ่ ต่อให้เป็นตระกูลวาณิช แต่คุณหนูของนางเติบโตมาด้วยความทะนุถนอมของผู้อาวุโสในบ้าน เคยประสบเรื่องร้ายพรรค์ที่ไหน
“ท่านเขยเล่า”
“ท่านเขยอยู่กับปีศาจจิ้งจอก…ท่านเขยทำเกินไปแล้ว…”
ปั้นซย่าร้องไห้เสียจนหายใจไม่ทัน
แม่นมหลี่เอ่ยว่า “ไม่ต้องร้อง รีบให้ครัวเล็กต้มน้ำร้อนกับน้ำขิง แล้วก็เอาโถน้ำร้อนมาสองสามใบ ถ่านด้วยนะ!”
ปั้นซย่าไปทั้งน้ำตา
แม่นมหลี่ประคองเมิ่งเชียนเชียนมานั่งบนม้านั่ง ก่อนจะถอดอาภรณ์เปียกชุ่มของเมิ่งเชียนเชียนออก “ตกน้ำเมื่อคราก่อน หมอก็บอกแล้วว่าคุณหนูห้ามได้รับความเย็นอีก...”
เมิ่งเชียนเชียนใช้มือถือร่มมาตลอดทาง มือแข็งจนกางไม่ออกแล้ว
แม่นมหลี่นวดอยู่นาน จึงค่อยๆ คลายนิ้วแข็งทื่อของนางออกได้
ทว่าเมื่อแม่นมหลี่ถอดรองเท้าที่เต็มไปด้วยน้ำเจือโลหิตของเมิ่งเชียนเชียนออกนั้น ก็ทนต่อไปไม่ไหว